วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ข่าวจักรพรรดิญี่ปุ่นส่อจุดกระแสอภิปราย “ผู้หญิงครองราชย์”

ข่าวสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นประสงค์สละราชสมบัติ อาจก่อให้เกิดการอภิปรายเรื่องการเปลี่ยนแปลงกฎการสืบราชสมบัติ รวมทั้งผู้หญิงครองราชย์

รายงานข่าวที่่ว่าสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะมีพระราชประสงค์สละราชสมบัติภายใน 2-3 ปี อาจเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายเรื่องผู้หญิงขึ้นครองราชย์อีกครั้งในญี่ปุ่น แต่คาดว่าจะเกิดกระแสต้านรุนแรงภายในพรรครัฐบาลปัจจุบันที่มีแนวทางอนุรักษ์นิยม

เมื่อวานนี้สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค รายงานว่าสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระชนมายุ 82 พรรษา รับสั่งกับสำนักพระราชวังว่า พระองค์มีพระราชประสงค์จะสละราชสมบัติภายใน 2-3 ปีนี้ รายงานข่าวไม่ได้ระบุถึงเหตุผล ซึ่งสำนักพระราชวังออกมาปฏิเสธในภายหลังว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง

นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ไม่ได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้ แต่ระยะหลังสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงงดเว้นการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ  ส่วนเจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมาร พระชนมายุ 56 พรรษา มีพระธิดาเพียงพระองค์เดียว และผู้ชายเท่านั้นที่จะเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ดอกเบญจมาศ ดังนั้นหลังจากมกุฎราชกุมารนารุฮิโตะแล้ว บัลลังก์จะต้องตกเป็นของเจ้าชายฮิซาฮิโตะ พระนัดดาชันษา 9 ปี พระโอรสพระองค์แรกในเจ้าชายอะกิชิโนะ พระอนุชาของมกุฎราชกุมาร  

ญี่ปุ่นไม่เคยมีจักรพรรดิสละราชสมบัติเลยนับตั้งแต่ปี 2360 จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยสำนักพระราชวังอิมพิเรียลซึ่งกำหนดกฎระเบียบเกี่ยวกับพระราชวงศ์ไว้ กระบวนการนี้ต้องอภิปรายกันในสภาซึ่งต้องใช้เวลาหลายปี และอาจขยายไปถึงประเด็นอื่น เช่น การให้ผู้หญิงขึ้นครองราชย์ด้วย

ก่อนเจ้าชายฮิซาฮิโตะประสูติ ราชวงศ์อิมพิเรียลไม่มีเชื้อพระวงศ์ชายมานานกว่า 40 ปี ทำให้เกิดการถกเถียงกันกันเรื่องสิทธิในการสืบราชสมบัติของผู้หญิง แต่ความเคลื่อนไหวนี้ตรงข้ามกับธรรมเนียมโบราณที่ผู้ชายเท่านั้นเป็นผู้สืบบัลลังก์ญี่ปุ่นตลอดมากว่า 2,000 ปี

ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่สนับสนุนให้เปลี่ยนแปลงกฎนี้ และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีจุนอิชิโร โคอิซุมิ ในขณะนั้นก็แนะนำว่า ผู้หญิงควรมีสิทธิเท่ากับผู้ชายในการขึ้นครองราชย์ แต่การอภิปรายเรื่องนี้ถูกยกเลิกไปเมื่อเจ้าชายฮิซาฮิโตะประสูติในปี 2549

เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ทางการญี่ปุ่นรวมทั้งนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ประท้วงเมื่อคณะกรรมาธิการของสหประชาชาติ กล่าวว่า ตั้งใจวิจารณ์ว่า การกำหนดให้ผู้ชายเท่านั้นเป็นผู้สืบราชบัลลังก์ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ โดยทางการญี่ปุ่นระบุว่า ท่าทีของยูเอ็นไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และไม่เคารพประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ในที่สุดคณะกรรมาธิการยูเอ็นต้องถอนคำวิจารณ์นั้นไป

ฐานเสียงสำคัญจำนวนมากของนายอาเบะ ต้องการให้เขานำพาประเทศกลับไปสู่ความยิ่งใหญ่ในอดีต รวมทั้งความภาคภูมิใจในการสืบสันตติวงศ์แบบโบราณ

เนื่องจากเจ้าชายฮิซาฮิโตะเป็นเชื้อพระวงศ์ชายเพียงองค์เดียว และเชื้อพระวงศ์หญิงก็แต่งงานออกจากราชวงศ์ไปแล้ว ดังนั้นจึงไม่อาจมั่นใจได้เรื่องการสืบสันตติวงศ์ในระยะยาว มีการเสนอแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องนี้มาหลายข้อ รวมทั้งการอนุญาตให้ผู้หญิงยังอยู่ในราชวงศ์และสร้างครอบครัวขยายต่อไปได้ แต่การอภิปรายเรื่องนี้ได้เบาบางลงแล้ว

“มีเพียงสองวิธีที่จะสืบทอดสันติวงศ์โดยผู้ชายต่อไปได้ วิธีหนึ่งคือต้องมีพระสนม ซึี่งผมไม่คิดว่าประชาชนญี่ปุ่นจะรับได้ อีกวิธีหนึ่งคือมีราชวงศ์คู่ขนานหลายราชวงศ์ แต่ก็จะทำให้ยุ่งยากยิ่งขึ้น หากญี่ปุ่นไม่เปลี่ยนกฎหมาย ปัญหาไม่มีเชื้อพระวงศ์ชายขึ้นครองราชย์ก็จะกลับมาอีก อาจจะไม่ใช่ใน 100 หรือ 200 ปี แล้วทำไมไม่แก้ไขกฎหมายเสียตั้งแต่ตอนนี้"นายเคนเนธ รูออฟ หัวหน้าศูนย์ญี่ปุ่นศึกษา มหาวิทยาลัยพอร์ทแลนด์ให้ความเห็น