เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องตื่นตัวกับภัยก่อการร้ายยิ่งขึ้น เมื่อกลุ่มรัฐอิสลามเผยแพร่คลิปวิดีโอประกาศทำสงครามกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย
เว็บไซต์สเตรทไทมส์ของสิงคโปร์ รายงานว่า คลิปข่มขู่รอบใหม่ของกลุ่มไอเอสประจำมาเลเซียประกาศด้วยว่าพร้อมจะก่อการร้ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในอินโดนีเซียที่เป็นเป้าหมายหลัก โดยในคลิปวิดีโอล่าสุดนี้ปรากฏภาพกลุ่มชายฉกรรจ์ หนุ่มวัยรุ่น และเด็กชายอีกหลายคนกำลังถือปืนกลเอเค-47 จากนั้นมีชายคนหนึ่งออกมาประกาศโดยใช้ภาษาบาฮาซา มลายู ปนกับภาษาที่ฟังดูคล้ายภาษาอาหรับระบุว่า กลุ่มไอเอสไม่ได้เป็นพลเมืองของเลเซียอีกต่อไป และขอประกาศตนเป็นอิสระนับตั้งแต่นี้
การประกาศสงครามของกลุ่มไอเอส มีขึ้นหลังจากเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่สถานีตำรวจเมืองสุราการ์ตาของอินโดนีเซีย เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 5 ก.ค.ตามเวลาท้องถิ่น โดยคนร้ายซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นสมาชิกกลุ่มไอเอสขี่รถจักรยานยนต์พุ่งเข้าไปในสถานีตำรวจ แต่ระเบิดเกิดทำงานก่อนถึงเป้าหมาย ทำให้ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวยกเว้นมือระเบิด แต่มีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
ส่วนในมาเลเซีย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ “นายคาลิด อาบู บาการ์” แถลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ตำรวจจับกุมตัวชายสองคนที่มีส่วนพัวพันกับเหตุปาระเบิดไนท์คลับ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. โดยทั้งสองคนยอมรับว่า ได้รับคำสั่งโดยตรงจากสมาชิกไอเอสชาวมาเลเซียชื่อ "นายมูฮัมหมัด วันดี โมฮาเหม็ด เจดี" ที่ให้ก่อเหตุรุนแรงในประเทศ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ผู้นำรัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้พิพากษาระดับสูง
ด้านนางซิดนีย์ โจนส์ ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์ความขัดแย้งเชิงนโยบายในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย เตือนว่า การก่อเหตุรุนแรงในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการระเบิดฆ่าตัวตายด้วยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่เกิดขึ้นแทบทุกวันในประเทศต่าง ๆ ในขณะนี้ เป็นแค่การเริ่มต้นของปฏิบัติการโจมตีภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยกลุ่มไอเอสเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ประเทศในภูมิภาคใกล้เคียงอย่างบังกลาเทศก็ต้องเผชิญภัยคุกคามจากไอเอสด้วยเช่นกัน หลังเพิ่งเกิดเหตุการณ์กลุ่มสมาชิกไอเอสบุกโจมตีร้านอาหารในกรุงธากาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และมีตัวประกันเสียชีวิต 20 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ
ล่าสุดเว็บไซต์ข่าวกรอง “ไซต์ อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป” เผยคลิปของนักรบชาวบังกลาเทศที่ฝักใฝ่กลุ่มไอเอสชื่อ "นายอาบู อิสซา อัล-เบงกาลี" ออกมาเตือนว่า จะก่อเหตุโจมตีในบังกลาเทศอีกและจะทำต่อไปจนกว่าทั่วโลกจะบังคับใช้กฎหมายชารีอะห์ หรือหลักอิสลามในการปกครองประเทศ และบอกว่าเหตุการณ์ฆ่าตัวประกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเป็นแค่ตัวอย่างเล็กน้อยของเหตุโจมตีที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต
เมื่อเดือนที่แล้ว บรรดาเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงเปิดเผยว่า กลุ่มนักรบติดอาวุธในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อ้างว่าต่อสู้เพื่อกลุ่มไอเอสในตะวันออกกลางได้ประกาศเลือกหนึ่งในบุคคลที่รัฐต้องการตัวมากที่สุดในฟิลิปปินส์เป็นหัวหน้าสาขาไอเอสประจำภูมิภาคนี้ ซึ่งนักรบที่ร่วมประกาศครั้งนี้รวมไปถึงชาวอินโดนีเซียและชาวมาเลเซียจำนวนหนึ่ง
สำหรับความเคลื่อนไหวในช่วงหลัง ๆ ของกลุ่มไอเอสรวมถึงการประกาศสงครามต่อมาเลเซียและอินโดนีเซียอย่างชัดเจนครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าความรุนแรงจากลุ่มผู้ก่อการร้ายระดับโลกรุกคืบเข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้นทุกขณะ และหากฝ่ายความมั่นคงของบรรดาประเทศภูมิภาคหาทางรับมือภัยคุกคามนี้ไม่ได้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็อาจตกเป็นฐานเคลื่อนไหวอีกแห่งของกลุ่มไอเอสนอกเหนือจากตะวันออกกลาง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น





