วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดตัว 5 นักการเมือง ชิงเก้าอี้นายกฯอังกฤษ

พรรคอนุรักษ์นิยมซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของอังกฤษในตอนนี้ ได้เปิดโผผู้สมัครว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไปหลังจากนายกฯคาเมรอนประกาศอำลาตำแหน่ง ก.ย. นี้

พรรคอนุรักษนิยม ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลอังกฤษ เริ่มกระบวนการคัดเลือกผู้นำคนใหม่อันจะได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปสืบต่อจากนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ซึ่งประกาศลาออกหลังจากประชาชนสหราชอาณาจักรลงประชามติออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) โดยผู้ประกาศตัวลงสมัครทั้ง 5 คนจะเข้าสู่การลงคะแนนของสส.พรรคในวันที่ 5 ก.ค. ผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนน้อยที่สุดจะถูกตัดชื่อออก

จากนั้นจะมีการลงคะแนนเสียงคัดเลือกในวันที่ 7 และ 12 ก.ค. จนกว่าจะเลือกผู้สมัครแค่ 2 คน ซึ่งสมาชิกพรรค 150,000 คนจะเข้ามาลงคะแนนเสียงในขั้นตอนสุดท้ายนี้ ท้ายที่สุดจะมีการประกาศชื่อผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงเกิน 50% ในวันที่ 9 ก.ย.

รายชื่อทั้งหมดประกอบด้วย

นางเทเรซา เมย์ วัย 69 ปี มีภาพลักษณ์ของคนทำงานหนัก มีประสิทธิภาพ รับตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทย ซึ่งเป็นงานที่หนักที่สุดตำแหน่งหนึ่งในรัฐบาลนายคาเมรอนมา 6 ปีแล้ว ในการลงประชามติที่ผ่านมานางเมย์สนับสนุนฝ่าย “อยู่” (Remain) แต่ก็ถูกมองว่าไม่ได้สนับสนุนอียูอย่างลึกซึ้ง

ความโดดเด่นของนางเมย์เริ่มต้นขึ้นเมื่อนายบอริส จอห์นสัน อดีตนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน และผู้นำการรณรงค์ให้สหราชอาณาจักรออกจากอียู (Leave) ประกาศถอนตัวจากการแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเมื่อวันพฤหัสบดี (30 มิ.ย.)

มท. 1 ของอังกฤษประกาศจะนำพาประเทศผ่านพ้นความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ และปฏิเสธที่จะจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนปี 2563 หรือการลงประมามติรอบสอง พร้อมระบุว่าจะไม่เริ่มต้นกระบวนการออกจากอียูตามมาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอนในปีนี้ แม้ผู้นำอียูจะกดดันให้อังกฤษรีบลงมือ

นายไมเคิล โกฟ รัฐมนตรียุติธรรม วัย 48 ปี ถูกมองว่าเป็นปัญญาชนผู้นำแสงสว่างมาสู่พรรคอนุรักษนิยม แสดงตัวเป็นผู้นำฝ่าย Leave อย่างแข็งขัน แม้จะไม่ได้รับความนิยมในหมู่ชาวรากหญ้า

การที่นายโกฟตัดสินใจลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคถือเป็นเรื่องพลิกความคาดหมาย แถมเขายังโจมตีนายจอห์นสันว่า นักการเมืองผู้สร้างสีสันไม่ได้มีภาวะผู้นำ หรือสามารถสร้างทีมงานสำหรับภารกิจที่รออยู่เบื้องหน้าได้

นายโกฟอยู่ฝั่งตรงข้ามกับนายคาเมรอนในการลงประชามติ ทั้งที่สองคนนี้เป็นเพื่อนและพันธมิตรทางการเมืองกันมานานหลายปี อีกทั้งนายโกฟยังเป็นพ่อทูนหัวของ “อีแวน” ลูกชายคนสุดท้องของนายคาเมรอนด้วย

นายสตีเฟน แครบบ์ รัฐมนตรีกระทรวงงานและบำนาญ วัย 43 ปี เป็นคนค่อนข้างเก็บเนื้อเก็บตัว แต่ภูมิหลังการเป็นชนชั้นแรงงานทำให้เขาเป็นผู้ท้าชิงที่น่าสนใจ แตกต่างจากผู้สมัครคนอื่นๆ ที่มีภาพของชนชั้นนำและเหินห่างจากประชาชนทั่วไป

นายแครบบ์สนับสนุนให้อังกฤษอยู่กับอียู การเลือกเขาเป็นผู้นำเหมือนกับการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะเป็นไปได้ว่า

หากนายแครบบ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เขาจะเสนอชื่อนายซาจิด จาวิด รัฐมนตรีกระทรวงธุรกิจ ลูกชายคนขับรถเมล์ชาวปากีสถาน ให้เป็นรัฐมนตรีคลัง

นายเลียม ฟอกซ์ วัย 54 ปี มีแนวคิดฝ่ายขวาและต่อต้านอียู เคยเป็นรัฐมนตรีกลาโหม แต่ลาออกเมื่อปี 2554 หลังจากมีข้อสงสัยว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเพื่อนซึ่งเป็นล็อบบียิสต์

นายฟอกซ์เคยพ่ายแพ้ต่อนายคาเมรอน ในศึกชิงหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมเมื่อปี 2548 ดังนั้นการเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสอีกเพียงครั้งเดียวของเขา กระนั้นนายฟอกซ์ก็ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากสมาชิกพรรคบางกลุ่ม

นางแอนเดรีย ลีดซัม วัย 53 ปี รัฐมนตรีช่วยพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อดีตนักการธนาคารและผู้จัดการกองทุน หนึ่งในผู้นำค่าย “Leave” เธอประกาศบนทวิตเตอร์ว่าจะลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคพร้อมติดแฮชแท็ก #FreshStart “มาช่วยกันสร้างโอกาสเบร็กซิทให้ได้มากที่สุด”