นายกญี่ปุ่นรับอังกฤษออกอียูกระทบเศรษฐกิจประเทศ ด้านรัฐมนตรีคลังเผยใช้มาตรการจำเป็นเพื่อกอบกู้เสถียรภาพการเงิน
นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ยอมรับว่า เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบโดยตรงจากการตัดสินใจลาออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของสหราชอาณาจักร ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายทาโร อาโสะ บอกว่า พร้อมใช้มาตรการที่จำเป็น เพื่อกอบกู้เสถียรภาพในตลาดการเงิน เนื่องจากผลประชามติของสหราชอาณาจักร ส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นถึง 99 เยน ต่อ 1 ดอลลาร์ ถือเป็นการแข็งค่ามากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2556 และดัชนีนิกเคอิ ปรับตัวลดลงเกือบ 8 % ถือว่าผันผวนที่สุดในรอบหลายปี
ขณะที่ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ แสดงความพร้อมเพิ่มมาตรการเสิรมสภาพคล่องแก่ตลาดเงินทุน เพื่อชะลอความผันผวน โดยนับตั้งแต่ต้นปีนี้ เงินเยนทำสถิติแข็งค่าขึ้น 15% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ
ด้านประธานสมาพันธ์องค์การทางเศรษฐกิจ (ไคดันเรน) นายซาดายูกิ ซากากิบาระ คาดการณ์ว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจและแผนการในอนาคตของนักลงทุนญี่ปุ่นที่มีต่อสหราชอาณาจักรจะได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ มูลค่าการลงทุนโดยตรงของญี่ปุ่นในสหราชอาณาจักรสูงถึง 10 ล้านล้านเยน เมื่อปีที่แล้ว หรือประมาณ 346,920 ล้านบาท โดยมีบริษัทญี่ปุ่นมากกว่า 1,000 แห่งเข้าไปเปิดสาขา สร้างงานให้แก่ประชาชนในสหราชอาณาจักรมากถึง 140,000 คน




