ผู้นำไอร์แลนด์และไอร์แลนด์เหนือ ปัดเสียงเรียกร้องลงประชามติรวมประเทศ หลังสหราชอาณาจักรเลือกโหวตออกสหภาพยุโรป
ผู้นำไอร์แลนด์และไอร์แลนด์เหนือ ปฏิเสธเสียงเรียกร้องของพรรคชาตินิยมฝ่ายขวา ที่ต้องการให้จัดลงประชามติรวมประเทศ หลังสหราชอาณาจักรเลือกโหวตออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู)
นายกรัฐมนตรีเอ็นดา เคนนี ของไอร์แลนด์ แถลงว่ารู้สึกเสียใจอย่างมากต่อผลการลงประชามติของสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ซึ่งบ่งชี้ว่า 52% ต้องการยุติสถานภาพสมาชิกกับอียู แต่รัฐบาลไอร์แลนด์เคารพการตัดสินใจของประชาชนในสหราชอาณาจักร และยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศยังเหมือนเดิมในทุกด้าน
ขณะเดียวกัน นายเคนนี ยอมรับว่าผลการลงประชามติของสหราชอาณาจักรคือการส่งสัญญาณอย่างมีนัยสำคัญถึงไอร์แลนด์ ซึ่งมีพรมแดนทางตอนเหนือติดกับไอร์แลนด์เหนือ ที่เป็น 2 ใน 4 แคว้นของสหราชอาณาจักรร่วมกับสกอตแลนด์ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ในการลงประชามติต้องการอยู่กับอียูต่อไป
ขณะที่เสียงส่วนใหญ่ในอังกฤษและเวลส์ต้องการออกจากสหภาพ แต่ผู้นำไอร์แลนด์กล่าวว่า รัฐบาลดับบลินมีปัญหาสำคัญกว่านั้นที่ต้องจัดการก่อน โดยจะมีการประชุมสภาวาระฉุกเฉินในวันที่ 27 มิ.ย. นี้ เพื่อหารือร่วมกันเกี่ยวกับการตัดสินใจของสหราชอาณาจักร
อย่างไรก็ตาม นายดีแคลน เคียร์นีย์ ประธานพรรคซินน์เฟน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองแนวทางขวาจัดของไอร์แลนด์เหนือ กล่าวว่า ผลการลงประชามติที่ออกมาบ่งชี้ว่า ถึงเวลาของการรวมชาวไอริชเป็นหนึ่งเดียว และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการลงประชามติในเรื่องนี้





