บรรดานักวิชาการแถวหน้าของอังกฤษเสียงแตก ในการลงประชามติ "อยู่ต่อ"หรือ"ออก"จากสหภาพยุโรป หรืออียู ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 มิ.ย.นี้
นายโรเบิร์ต จอห์นสัน ประธานสถาบันแนวคิดเศรษฐกิจใหม่ กล่าวว่า อังกฤษควรออกจากอียูเนื่องจากในช่วงอย่างน้อย 6-7 ปีที่ผ่านมาอียูประสบกับความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เห็นได้จากรัฐบาลหลายประเทศเกียร์ว่างกับปัญหาตัวเอง ขณะที่อัตราว่างงานของคนหนุ่มสาวในยุโรปตอนใต้ก็อยู่ในระดับสูงมากตั้งแต่ 25% ไปจนถึง 50% และชาวอังกฤษที่คัดค้านการเป็นสมาชิกอียูก็ไม่ต้องการให้ประเทศจมไปพร้อมกับเรือที่กำลังอับปางนี้
นายจอห์นสันบอกด้วยว่า ต่อให้อังกฤษลงประชามติอยู่กับอียูต่อไปด้วยคะแนนสูสีมาก อียูก็ควรตระหนักว่านี่เป็นสัญญาณเตือนสำหรับระบบที่ไร้ประสิทธิภาพซึ่งจะนำสมาชิกทั้งหมดไปสู่หายนะ
ด้านนายรานา มิตเตอร์ ผู้อำนวยการสถาบันจีนศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า หากอังกฤษเลือกออกจากอียู จะต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ลดทอนสถานะของประเทศในประชาคมโลกเธอเชื่อว่าอังกฤษจะแข็งแกร่งกว่าหากอยู่กับอียู และอิทธิพลของประเทศในฐานะตัวแปรสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน การเมืองและวัฒนธรรม ก็จะมั่นคงขึ้นด้วย
ความเห็นของนักวิชาการอังกฤษมีขึ้นในช่วงที่ชาวอังกฤษส่วนใหญ่หนุนให้ประเทศออกจากอียู โดยผลการสำรวจของอิพซอส เอ็มโออาร์ไอ ซึ่งสำรวจผู้ใหญ่ 1,257 คนทั่วอังกฤษระหว่างวันที่ 11-14 มิถุนายนที่ผ่านมาบ่งชี้ว่า ผู้มีสิทธิลงประชามติจำนวน 51% ต้องการออกจากอียู ขณะที่ 49% ต้องการอยู่ในอียู แต่หลังจากคัดผู้ที่ต้องการไปใช้สิทธิ์ลงประชามติ พบว่า 53% ต้องการออกจากอียู ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี ขณะที่ 47% ต้องการอยู่ในอียู





