สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐชี้ สหรัฐเป็นประเทศที่เกิดเหตุกราดยิงบ่อยที่สุดในโลก ถือเป็นการตอกย้ำปัญหาการเข้าถึงอาวุธปืนที่เปิดเสรีมากในสหรัฐ
หลังเกิดเหตุบุกกราดยิงที่บาร์เกย์ในเมืองออร์แลนโดของสหรัฐที่คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ 50 รายเมื่อวันอาทิตย์ (12 มิ.ย.) ซึ่งนับเป็นครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ ล่าสุดมีรายงานของสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐ หรือเอ็นไอเอช ระบุว่า สหรัฐเป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดเหตุกราดยิงเพื่อสังหารหมู่เป็นจำนวนมากครั้งที่สุดในโลก อยู่ที่ 90 ครั้งระหว่างปี 2509-2555 คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของเหตุกราดยิงทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนโลกภายในช่วงเวลาดังกล่าว
ทั้งนี้ นิยามของคำว่า “การกราดยิง” หรือ “สังหารหมู่” ตามความหมายของเอ็นไอเอชนั้น ไม่นับรวมเหตุการณ์ที่เป็นผลจากความขัดแย้งหรือการทะเลาะวิวาทระหว่างแก๊งอาชญากรรม
ย้อน 5 เหตุการณ์สังหารหมู่รุนแรงสุดในสหรัฐ
สำหรับเหตุการณ์แรก คนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนกราดยิงเหยื่อไม่เลือกหน้าภายใน ไนต์คลับ “พัลส์” สำหรับกลุ่มรักร่วมเพศ หรือแอลจีบีทีในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 รายและได้รับบาดเจ็บอีก 53 รายถือเป็นเหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชนครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ ขณะที่ทางการสหรัฐยังไม่ฟันธงว่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือไม่ แม้กลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอสจะออกมาอ้างความรับผิดชอบแล้วก็ตาม
ขณะที่ชาวอเมริกันในหลายเมืองทั่วประเทศ ต่างพากันจุดเทียนไว้อาลัยเหยื่อ 50 รายจากเหตุกราดยิงที่ไนต์คลับพัลส์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างเศร้าสลด
ส่วนเหตุสังหารหมู่ครั้งรุนแรงอันดับ 2 เกิดขึ้นในเมืองแบล็คส์เบิร์ก รัฐเวอร์จิเนียเมื่อปี 2550 ที่นักศึกษามหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย เทค วัย 23 ปีก่อเหตุกราดยิงเพื่่อนนักศึกษาและเจ้าหน้าที่คณะรวม 32 รายก่อนยิงตัวตาย โดยก่อนก่อเหตุมือปืนเคยอัดคลิปโจมตีกลุ่มคนรวยที่ชอบเอาเปรียบคนและบอกว่าตัวเองเคยถูกรังแก
เหตุกราดยิงรุนแรงอันดับ 3 เกิดขึ้นในเมืองนิวตัน รัฐคอนเนตติคัทเมื่อปี 2555 ที่ชายวัย 20 ปีก่อเหตุในโรงเรียนประถมแซนดี้ ฮุค คร่า 27 ชีวิตซึ่งรวมถึงเด็กนักเรียน 20 คน เจ้าหน้าที่โรงเรียน 6 คนและแม่ของตน ก่อนจะปลิดชีพตัวเอง โดยมือปืนรายนี้มีประวัติป่วยทางจิตขั้นรุนแรงและรักษาไม่หาย
ส่วนเหตุสังหารหมู่รุนแรงอันดับ 4 เกิดขึ้นในเมืองคิลลีน รัฐเทกซัสเมื่อปี 2534 ที่มือปืนวัย 35 ปีขับรถกระบะพุ่งชนร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งก่อนกราดยิงผู้บริสุทธิ์ 23 รายและยิงตัวตาย โดยอดีตเพื่อร่วมหอพักของมือปืนบอกว่าเขาเกลียดคนผิวสี คนเชื้อสายสเปน เกย์ และว่าผู้หญิงอันตรายเหมือนงู
ขณะที่เหตุกราดยิงครั้งรุนแรงอันดับ 5 ในประวัติศาสตร์สหรัฐ เกิดขึ้นในเมืองซานเบอร์นาร์ดิโน รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน ที่สองมือปืนคู่สามีภรรยาก่อเหตุสังหารเหยื่อ 14 รายที่ศูนย์ฟื้นฟูผู้พิการก่อนที่ทั้งคู่จะถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยพิวของสหรัฐคาดการณ์เมื่อปีก่อนว่า สหรัฐเป็นประเทศที่มีจำนวนอาวุธปืนหมุนเวียนในตลาดมากที่สุดในโลก อยู่ที่ประมาณ 270-310 ล้านกระบอก เทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศอยู่ที่ราว 319 ล้านคน ซึ่งหมายความว่าชาวอเมริกันแทบทุกคนมีปืนเป็นของตัวเองอย่างน้อยคนละ 1 กระบอก





