นักอนุรักษ์เผย สวนสัตว์ในเมืองสุราบายาของอินโดนีเซียมีกรงที่แออัดและอาหารไม่เพียงพอ ทำให้สัตว์ล้มตายกว่า 2 พันตัว
นักอนุรักษ์สัตว์ป่าในอินโดนีเซียเปิดเผยว่า สัตว์กว่า 2,200 ตัวในสวนสัตว์สุราบายาหลายตัวต้องใช้ชีวิตอย่างแออัดภายในกรงเล็ก ๆ และได้รับอาหารเพียงน้อยนิด ล่าสุดเสือสุมาตราซึ่งเป็นสัตว์หายากเพิ่งตายไปอีกหนึ่งตัวเมื่อเดือนที่แล้ว
สวนสัตว์สุราบายาได้รับฉายาจากนักอนุรักษ์และสื่ออินโดนีเซียว่า “สวนสัตว์มรณะ” เนื่องจากเกิดเหตุสัตว์ตายอยู่บ่อยครั้ง
นายเปตรุส ริสกี จากอินโดนีเซย ไวล์ดไลฟ์ คอมมูนิเคชัน ฟอรัม เปิดเผยว่า สวนสัตว์แห่งนี้แออัด จึงต้องพยายามลดจำนวนสัตว์ลง ด้วยการแลกเปลี่ยนสัตว์และส่งสัตว์บางตัวไปให้ศูนย์อนุรักษ์ รวมทั้งปรับปรุงกรงสัตว์
ขณะที่เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ชี้แจงว่า สัตว์ตายด้วยสาเหตุธรรมชาติ ส่วนการตายของเสือสุมาตรานั้นยังไม่ทราบสาเหตุ
สวนสัตว์สุราบายาก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2459 แต่ในระยะหกปีหลังนับตั้งแต่สวนสัตว์ถูกโอนเป็นของเมืองสุราบายา ได้เกิดเหตุสัตว์ตายบ่อยครั้ง สิงโตแอฟริกาวัย 18 เดือนถูกแขวนตายอยู่ในกรง ยีราฟตัวหนึ่งตายเพราะกินขยะพลาสติกที่นักท่องเที่ยวโยนเข้ามาในกรง ในกระเพาะของมันมีพลาสติกถึง 18 กิโลกรัม นอกจากนี้มังกรโคโมโดสัตว์ประจำถิ่นทางภาคตะวันออกของอินโดนีเซีย ซึ่งอาศัยในกรงอย่างแออัดยัดเยียดจนกัดกันตายราว 45 ตัว
ผู้อำนวยการสวนสัตว์สุราบายา “นางอัชตา โบเอสตานี ทาจูดิน” เปิดเผยว่า ปัญหาประการแรกคือมีสัตว์หนาแน่นเกินไป ส่วนปัญหาประการที่ 2 คือ อุปสรรคในระบบราชการทำให้การปรับปรุงสวนสัตว์ล่าช้า หลายคนมีผลประโยชน์ทับซ้อนในสวนสัตว์สุราบายาทำให้ความพยายามปรับปรุงสวนสัตว์ทำได้ยากยิ่งขึ้น
ด้านนักท่องเที่ยวบางคนแม้จะรู้สึกว่า สภาพแวดล้อมภายในสวนสัตว์ได้รับการปรับปรุงจนสภาพดีกว่าในอดีตที่ผ่านมา แต่นักวิจารณ์ยังไม่เชื่อเช่นนั้น และมองว่า การที่เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ได้รับการฝึกฝนอบรมน้อย และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในล้าสมัยเป็นสาเหตุให้สัตว์น้อยใหญ่ต้องมาตายลงในสวนสัตว์แห่งนี้





