องค์กรแพทย์ไร้พรมแดน ออกแถลงการณ์เรียกร้อง บรรดาประเทศเพื่อนบ้านของซีเรีย เปิดพรมแดนรับผู้อพยพหนีภัยการสู้รบ
องค์กรแพทย์ไร้พรมแดน หรือเอ็มเอสเอฟ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้บรรดาประเทศเพื่อนบ้านของซีเรียเปิดพรมแดนรับผู้อพยพหนีภัยการสู้รบเข้าประเทศ
ผู้นำองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน นายเจอโรม โอเบอร์ไรท์ กล่าวว่า การที่ประเทศเพื่อนบ้านรายรอบซีเรียพากันปิดพรมแดนด้านที่ติดต่อกับซีเรียเท่ากับเป็นการปฏิเสธผู้บริสุทธิ์ ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม และเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักการสากลว่าด้วยมนุษยธรรม
นายโอเบอร์ไรท์ เห็นว่า จำเป็นต้องสร้างหลักประกันว่า แนวพรมแดนระหว่างซีเรียกับประเทศเพื่อนบ้าน จะต้องเปิดอยู่เสมอ เพราะการเปิดพรมแดนคือ การเปิดโอกาสให้ชาวซีเรียได้มีชีวิตรอด และมนุษย์มีสิทธิอันชอบธรรมที่จะอพยพหนีความขัดแย้ง
แต่ผู้นำองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน ก็ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่า ให้มีการจัดตั้งเขตปลอดภัยขึ้นภายในดินแดนของซีเรีย เพื่อใช้รองรับผู้อพยพหนีภัยการสู้รบ โดยให้เหตุผลว่า การทำแบบนี้อาจทำให้เกิดความสูญเสียมากกว่าเดิม
ท่าทีล่าสุดของผู้นำกลุ่มแพทย์ไร้พรมแดน มีขึ้นหลังจากที่พลเรือนซีเรียจำนวน 28 รายในค่ายผู้อพยพ ที่จังหวัดอิดลิบของซีเรียต้องเสียชีวิตจากการโจมตีเนื่องจากไม่สามารถเดินทางข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างตุรกีได้ เนื่องจากรัฐบาลตุรกี สั่งปิดตายพรมแดนที่ติดกับซีเรียด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่อาจแบกรับภาระในการดูแลผู้ลี้ภัยจากซีเรียได้อีกต่อไป
สงครามกลางเมืองซีเรีย ที่ปะทุขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2554 ทำให้ประชาชนเสียชีวิตไปแล้วกว่า 200,000 ราย และผลักดันให้เกิดคลื่นผู้อพยพหลายล้านคน ที่หนีตายออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านรายรอบซีเรีย ทั้งตุรกี เลบานอน และจอร์แดน ในจำนวนนี้ มีนับล้านคนที่เลือกจะเดินทางมุ่งหน้าต่อไปยังยุโรปด้วยความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น





