นักเคลื่อนไหวจากสหรัฐปิดฟาร์มเนื้อสุนัขแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ ช่วยสุนัขได้กว่า 200 ตัว ส่วนเจ้าของให้ความร่วมมือและหันไปปลูกพืชแทน
สมาคมมนุษยธรรมนานาชาติ หรือ เอชเอสไอ เปิดฟาร์มเนื้อสุนัขแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ ที่เปิดมานานกว่า 10 ปี โดยได้ช่วยชีวิตสุนัขกว่า 200 ตัวที่มีหลายสายพันธุ์ อาทิ โกลเดน รีทรีฟเวอร์, ไซบีเรียน ฮัสกี้, รอตไวเลอร์, โทสะ และจินโด
นายกง อิน-ยอง เจ้าของฟาร์มแห่งนี้ บอกว่า สาเหตุที่เขายอมปิดเนื่องจากมีรายได้น้อย เพราะคนรุ่นใหม่ไม่นิยมทานเนื้อสุนัขแล้ว และคนทั่วไปมองว่าเป็นอาหารแปลกมากขึ้นด้วย
ส่วนผลสำรวจของแกลลัพ เกาหลีใต้ ที่ออกมาเมื่อปีที่แล้ว เผยว่า ผู้ชาย 20-29 ปี ทานเนื้อสุนัขในปีก่อนหน้าแค่ 20% เท่านั้น หรือแค่ครึ่งหนึ่งของผู้ชายวัย 50-69 ปี
นายกง เสริมว่า ทุกวันนี้คนเลี้ยงสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านเพิ่มขึ้น และความต้องการเนื้อสุนัขก็น้อยลง
เมื่อปีที่แล้ว เอชเอสไอ ได้ช่วยเหลือสุนัขไป 225 ตัว และปิดฟาร์มเนื้อสุนัข 4 แห่ง เพื่อค่อยกำจัดอุตสาหกรรมนี้ ที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างยาวนานจากกลุ่มสวัสดิภาพสัตว์ระหว่างประเทศจำนวนมาก
ไม่เพียงเท่านี้ สุนัขที่ได้รับการช่วยเหลือก็จะถูกนำตัวไปให้ผู้ที่ต้องการเลี้ยงในสหรัฐและแคนาดารับไปดูแล และเอชเอสไอ จะจ่ายเงินให้กับเจ้าของฟาร์มที่ยอมเลิกกิจการสูงสุดถึง 60,000 ดอลลาร์ หรือกว่า 2 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับจำนวนของสุนัข และสามารถนำไปลงทุนทำฟาร์มอื่นๆได้ ไม่ว่าจะเป็นไร่บลูเบอร์รี่หรือไร่พริกหยวก




