ยูนิเซฟ เปิดเผยว่า เด็กเนปาล 1.6 ล้านคนยังคงต้องใช้ห้องเรียนชั่วคราวหลังเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 7.8 ในวันนี้เมื่อหนึ่งปีก่อน
ตัวแทนยูนิเซฟประจำเนปาล กล่าวว่า แผ่นดินไหวเมื่อปีก่อนทำลายห้องเรียนเสียหายทั้งหมดหรือบางส่วนกว่า 35,000 ห้อง แม้จะมีความพยายามบูรณะฟื้นฟูขนานใหญ่เพื่อให้เด็ก ๆ ได้กลับไปเรียนหนังสือโดยเร็วที่สุดเพื่อลดผลกระทบด้านการศึกษาและความเสี่ยงที่จะถูกทอดทิ้งและฉวยประโยชน์ แต่จะต้องเพิ่มความพยายามให้มากขึ้นอีก 2 เท่าเพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนในห้องเรียนที่ปลอดภัยหรือถาวรดังเดิมโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
แผ่นดินไหวในวันนี้ เมื่อปีก่อน ทำให้เนเปาลเสียหายประมาณ 36% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ซึ่งความไม่แน่นอนที่ยังยืดเยื้อเกี่ยวกับการฟื้นฟูพื้นที่เสียหาย นอกจากจะกระทบต่อการศึกษาของเด็กแล้ว ยังมีผลต่อสุขภาพ โภชนาการ การคุ้มครองและการพัฒนาของเด็กด้วย
เด็กที่อาศัยตามศูนย์พักพิงชั่วคราวเสี่ยงอันตรายหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ล่าสุด ยูนิเซฟ ได้ร่วมมือกับรัฐบาลเนปาลและหุ้นส่วนบรรเทาทุกข์ ขึ้นทะเบียนเด็กที่อยู่ในภาวะเสี่ยงได้ทั้งหมด 39,337 คน และปัจจุบัน ยังมีชาวเนปาลอาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิงกว่า 26,270 คน จากทั้งหมด 188,900 คนที่ต้องไร้ที่อยู่อาศัยเพราะแผ่นดินไหว
ขณะที่รัฐบาลเนปาล จัดงานรำลึกและไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.8 เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา พร้อมทั้งเร่งโครงการก่อสร้างฟื้นฟูความเสียหายที่ล่าช้ามาเป็นเวลานาน รวมถึงเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือที่สัญญากับประชาชนเอาไว้ก่อนหน้านี้
แม้จะมีผู้บริจาคเงินช่วยเหลือจากทั่วโลกถึง 4,100 ล้านดอลลาร์ หรือราว 143,000 ล้านบาท แต่ความขัดแย้งทางการเมืองเกี่ยวกับการควบคุมเงินก้อนดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือเพียงน้อยนิด
ล่าสุด รัฐบาลเนปาลเร่งฟื้นฟูโรงเรียนและโรงพยาบาลที่ได้รับความเสียหายรวมเกือบ 10,000 แห่ง และเร่งจ่ายเงินชดเชยก้อนแรกมูลค่า 500 ดอลลาร์หรือราว 17,000 บาท ส่วนหนึ่งของเงินมูลค่า 2,000 ดอลลาร์หรือราว 70,000 บาทที่รัฐบาลสัญญาว่าจะจ่ายให้กับผู้รอดชีวิต ที่ไร้ที่พักอาศัยจากเหตุแผ่นดินไหว และเงินก้อนนี้ เป็นเงินที่จ่ายล่าช้ามานาน 1 ปี





