นางฮิลลารี คลินตัน ยอมรับว่าการลงมติให้อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช มีอำนาจสั่งการในสงครามอิรัก เป็นเรื่องที่เธอรู้สึกเสียใจที่สุด
นางคลินตัน เปิดใจผ่านรายการ “กู๊ด มอร์นิง อเมริกา"ทางสถานีโทรทัศน์เอบีซีถึงจุดยืนเดิมในแคมเปญปี 2551 ว่า ในอดีตที่เคยเลือกโหวต “Yes” เพื่อสนับสนุนให้มีการทำสงครามกับอิรัก เป็นเพราะเธอต้องการให้อดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช มีอำนาจในการจัดการกับอิรักเท่านั้นแต่ผลลัพธ์ไม่ได้เป็นไปตามอย่างที่คาดไว้
นางคลินตัน กล่าวว่า รู้สึกเสียใจอย่างมากต่อการกระทำครั้งนั้น และอย่างที่ได้พูดไปแล้วว่า ทั้งหมดคือความผิดพลาด เห็นได้ชัดเจนว่าความประสงค์ที่แท้จริงของเธอไม่ได้เป็นไปตามอย่างที่ควรจะเป็น
ในช่วงรณรงค์หาเสียงปี 2551 นางคลินตันถูกวิจารณ์อย่างหนัก เมื่อเธอลงคะแนนเสียงสนับสนุนให้มีการทำสงครามกับอิรัก ขณะดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาแห่งรัฐนิวยอร์กส่วนผู้แข่งคนสำคัญของนางคลินตันอย่าง นายเบอร์นี แซนเดอร์ส ออกมากล่าวก่อนหน้านี้ว่า การโจมตีอิรัก ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาต่อต้านมาตลอด ทำลายชาติลงอย่างย่อยยับ และนำไปสู่การลุกฮือของกลุ่มก่อการร้ายอย่างอัลกออิดะห์ และกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามหรือ ไอเอส
การยอมรับเรืื่องนี้ของนางคลินตัน มีขึ้นหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีซึ่งเกิดในย่านแมนฮัตตัน คว้าชัยชนะในศึกเลือกตั้งแบบไพรมารี ที่รัฐนิวยอร์ก จากการยืนยันของสื่อชั้นนำทั้งซีเอ็นเอ็น ,ฟ็อกซ์ นิวส์ และฟ็อกซ์ นิวส์ เอ็มเอสเอ็นบีซีโดยวุฒิสมาชิกเท็ด ครูซ จากรัฐเท็กซัส ที่เป็นคู่แข่งสำคัญของนายทรัมป์ตามมาเป็นที่3 และที่สองคือ จอห์น เคซิซ ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ
ส่วนในฝั่งของเดโมแครต นางคลินตัน ก็ประกาศชัยชนะเช่นกัน และขณะนี้เธอมีคณะผู้แทนแล้ว 1,307 คน จากที่ต้องการ 2,383 คน ส่วนนายแซนเดอร์ส มี 1,094 คน นายทรัมป์ มีมากกว่าคนอื่นคือ 733 คน จากจำนวนที่ต้องการทั้งหมด 1,237 คน





