เกาหลีเหนือต้องการจัดประชุมในกรุงโซลหากจำเป็น ระหว่างผู้แปรพักตร์กลุ่มล่าสุด 12 คน กับพ่อแม่ของพวกเธอ
เกาหลีเหนือต้องการจัดประชุมในกรุงโซลหากจำเป็น ระหว่างผู้แปรพักตร์กลุ่มล่าสุด 12 คน กับพ่อแม่ของพวกเธอ เพื่อพิสูจน์ข้ออ้างของรัฐบาลเปียงยางที่ว่า พวกเธอถูกเกาหลีใต้ลักพาตัวไป
ผู้หญิงกลุ่มนี้จำนวน 12 คนที่ทำงานในร้านอาหารเกาหลีเหนือในประเทศจีน เดินทางเข้าไปในเกาหลีใต้พร้อมกับผู้จัดการของพวกเธอเมื่อหลายวันก่อน ซึ่งรัฐบาลกรุงโซลกล่าวว่า พวกเธอเข้ามาโดยสมัครใจ ขณะที่เกาหลีเหนือยืนยันว่าหญิงกลุ่มนี้ถูกสายลับเกาหลีใต้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการลักพาตัวล่อลวงให้แปรพักตร์จากเกาหลีเหนือโดยมีผู้จัดการร่วมรู้เห็นเป็นใจ
สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเกาหลีเหนือ รายงานอ้างคำพูดของโฆษกสภากาชาดเกาหลีเหนือ ซึ่งระบุว่า พ่อแม่ของหญิงทั้ง 12 คน ต้องการติดต่อกับลูกสาวของตนโดยเร็วที่สุด ซึ่งรัฐบาลเปียงยางจะส่งเขาเหล่านั้นไปยังหมู่บ้านปันมุนจอม หรือไปถึงกรุงโซลหากจำเป็น เพื่อพวกเขาจะได้พบกับลูกสาว สิ่งที่เกาหลีเหนือต้องการคือให้ลูก ๆ ได้พบกับพ่อแม่ และได้ยืนยันจุดยืนของตนเองให้ชัดเจน หากเกาหลีใต้ปฏิเสธย่อมเท่ากับยอมรับว่า เกาหลีใต้ได้ลักพาตัวบุคคลทั้งกลุ่ม
ทั้งนี้ มีชาวเกาหลีเหนือเกือบ 30,000 คน หนีความยากจนและการถูกกดขี่ในเกาหลีเหนือ ไปตั้งถิ่นฐานในเกาหลีใต้ซึ่งเป็นประเทศทุนนิยม แต่การแปรพักตร์พร้อมกันเป็นกลุ่มนั้นหาได้ยาก โดยเฉพาะในหมู่เจ้าหน้าที่ที่ทำงานร้านอาหารเกาหลีเหนือในต่างแดน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญให้กับรัฐบาลในกรุงเปียงยาง
โดยทั่วไปการที่เกาหลีเหนือจะส่งใครไปทำงานในต่างประเทศ จะต้องเลือกจากครอบครัวที่จงรักภักดีกับรัฐบาล และต้องผ่านการฝึกอบรมอุดมการณ์อย่างเข้มข้นเสียก่อน คนที่ถูกจับได้ว่าหนีออกนอกประเทศจะถูกลงโทษอย่างหนัก ส่วนคนที่หนีไปได้ครอบครัวจะต้องถูกลงโทษแทน
โฆษณาชวนเชื่อของรัฐจึงมักถ่ายภาพญาติหลั่งน้ำตาวอนให้ผู้แปรพักตร์กลับมาบ้านเกิด หรือประณามพวกเขาที่ทรยศต่อมาตุภูมิ
ข่าวหญิงชาวเกาหลีเหนือหนีไปอยู่เกาหลีใต้ล่าสุดนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่คาบสมุทรเกาหลีกำลังตึงเครียด หลังรัฐบาลเปียงยางทดลองนิวเคลียร์เมื่อเดือนมกราคม
ส่วนสภาเกาหลีเหนือมีกำหนดจัดประชุมใหญ่ในเดือนพฤษภาคม โดยมีเป้าหมายเพื่ออวดความสำเร็จของประเทศ พร้อมกระตุ้นความรู้สึกจงรักภักดีและภาคภูมิใจในชาติ




