พบความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้งขั้นต้น หรือไพรมารี ที่รัฐนิวยอร์ก ทั้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งหาย เครื่องสแกนมีปัญหา คูหาเปิดล่าช้า
ผู้อำนวยการตรวจสอบการเงินและการจัดทำบัญชีของนครนิวยอร์กนายสกอตต์ สตริงเกอร์ สั่งตรวจสอบบัญชีคณะกรรมการการเลือกตั้งนครนิวยอร์ก หลังจากได้รับการยืนยันว่า ชาวนิวยอร์กกว่า 125,000 คนไม่มีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากจำนวนผู้ใช้สิทธิอย่างสม่ำเสมอราว 4 ล้านคน โดยนายสตริงเกอร์ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง วุ่นวายและไร้ประสิทธิภาพ เครื่องสแกนบัตรลงคะแนนบกพร่อง คูหาเปิดล่าช้ากว่ากำหนด และเจ้าหน้าที่ประจำคูหาไม่เพียงพอ
ทั้งนี้ รัฐนิวยอร์กมีคะแนนคณะผู้แทน (delegates) 291 เสียง สำหรับพรรคเดโมแครต และ 95 เสียงสำหรับพรรครีพับลิกัน โดยนางฮิลลารี คลินตัน ตัวเก็งตัวแทนพรรคเดโมแครต กวาดชัยชนะในรัฐนี้ไปได้ หลังจากพ่ายให้แก่ ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ถึง 7 รัฐ จากที่มีการเลือกตั้งขั้นต้นล่าสุดทั้งหมด 8 รัฐ ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็หวังได้คะแนนคณะผู้แทนมากพอที่จะชนะอย่างเด็ดขาด เพื่อปิดโอกาสไม่ให้ที่ประชุมพรรคเสนอผู้อื่นขึ้นเป็นตัวแทนพรรค เนื่องจากแกนนำรีพับลิกันหลายคนไม่สนับสนุนเขา
อย่างไรก็ตาม นายจอห์น คาซิค ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ หนึ่งในผู้สมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกัน เพื่อลงทำศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า จะไม่มีผู้สมัครคนใดที่จะได้คะแนนตัวแทนการเลือกตั้งถึงเกณฑ์ที่ทางพรรครีพับลิกันกำหนดเอาไว้ที่ 1,237 เสียง
ขณะที่เครือข่ายสื่อ รวมทั้งซีเอ็นเอ็น ฟ็อกซ์ นิวส์ และฟ็อกซ์ นิวส์ เอ็มเอสเอ็นบีซี ประกาศว่านายทรัมป์เป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งไพรมารี รัฐนิวยอร์กในเวลาไม่นานหลังจากหน่วยเลือกตั้งปิดเมื่อเวลา 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยวุฒิสมาชิกเท็ด ครูซ จากรัฐเท็กซัส ที่เป็นคู่แข่งสำคัญของนายทรัมป์ตามมาเป็นที่3 และที่สองคือ จอห์น เคซิซ ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ
ส่วนในฝั่งของเดโมแครต นางฮิลลารี ก็ประกาศชัยชนะเช่นกัน และขณะนี้เธอมีคณะผู้แทนแล้ว 1,307 คน จากที่ต้องการ2,383 คน ส่วนนายแซนเดอร์ส มี 1,094 คน นายโดนัลด์ ทรัมป์ มีมากกว่าคนอื่นคือ 733 คน จากจำนวนที่ต้องการทั้งหมด 1,237 คน





