รัฐบาลอินเดียให้การต่อศาลสูงว่า เป็นฝ่ายมอบเพชรโคห์อินูร์ให้กับอังกฤษเอง ไม่ได้ถูกขโมย
รัฐบาลอินเดียให้การต่อศาลสูงว่า อินเดียมอบเพชรที่ประเมินราคามิได้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมงกุฎของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ให้แก่อังกฤษเองมิใช่ถูกขโมย
เพชรโคห์อินูร์ขนาด 108 กะรัต ซึ่งตกเป็นของอังกฤษในยุคอาณานิคม กำลังกลายเป็นข้อพิพาทประวัติศาสตร์ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของ โดยมีผู้อ้างความเป็นเจ้าของแล้วอย่างน้อย 4 ประเทศรวมทั้งอินเดีย ซึ่งองค์กรพัฒนาเอกชนที่ชื่อว่า “ออล อินเดีย ฮิวแมนไรท์ส แอนด์ โซเชียล จัสติส ฟรอนท์” เป็นผู้ยื่นฟ้องคดี เพื่อพยายามนำเพชรเม็ดงามกลับคืนมายังอินเดียให้ได้ โดยกลุ่มได้ร้องขอให้รองอธิบดีกรมอัยการให้การเป็นลายลักษณ์อักษรถึงท่าทีของรัฐบาลอินเดียต่อเรื่องนี้
ในการให้การต่อศาลสูงในคดีเรียกคืนเพชรกลับมาสู่อินเดีย รองอธิบดีอัยการของอินเดีย “นายรัญจิต กุมาร” กล่าวว่า ในศตวรรษที่ 19 กษัตริย์“รัญจิต ซิงห์” ชาวซิกข์ทรงมอบเพชรเม็ดนี้ให้แก่อังกฤษด้วยความสมัครใจ เพื่อเป็นค่าชดเชยสำหรับความช่วยเหลือในสงครามชาวซิกข์ เพชรโคห์อินูร์จึงมิใช่ของที่ถูกขโมยไป
ทั้งนี้กษัตริย์“รัญจิต ซิงห์” ได้เพชรโคห์อินูร์มาจากกษัตริย์อัฟกัน ผู้พยายามพยายามลี้ภัยในอินเดียเพชรเม็ดนี้เป็นมรดกตกทอดของราชวงศ์อัฟกันมานาน ก่อนหน้านั้นเป็นสมบัติของราชวงศ์เปอร์เซีย แต่ต้นกำเนิดที่แท้จริงยังเป็นปริศนาอยู่จนทุกวันนี้
เพชรโคห์อินูร์ถูกถวายให้กับสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย เมื่อปี 2393 หลังเกิดสงครามระหว่างอังกฤษกับซิกข์ ที่อังกฤษสามารถควบคุมอาณาจักรปัญจาบของชาวซิกข์ไว้ได้ ซึ่งขณะนี้แยกเป็นสองส่วนทั้งอินเดียและปากีสถาน
ส่วนชื่อโคห์อินูร์ แปลว่า ภูเขาแห่งแสงสว่าง ซึ่งตามธรรมเนียมแล้วพระราชินีจะเป็นผู้ทรง ว่ากันหากผู้ชายใช้เพชรเม็ดนี้จะมีแต่ความหายนะ
ในปี 2519 อังกฤษเคยปฏิเสธคำขอให้คืนเพชร โดยอ้างเงื่อนไขในข้อตกลงสันติภาพอังกฤษ-ซิกข์ โดยนายจิม คัลลาแกน นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นกล่าวว่า เขาจะไม่กราบบังคมทูลให้สมเด็จพระราชินีนาถคืนเพชร ขณะที่นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน กล่าวกับสถานีโทรทัศน์เอ็นดีทีวี เมื่อปี 2553 ด้วยว่า เขาคัดค้านการส่งเพชรคืนให้อินเดีย เพราะถ้าขืนทำเช่นนั้นพิพิธภัณฑ์อังกฤษก็คงไม่มีอะไรเหลือ จึงสมควรเก็บไว้จะดีกว่า





