ผู้บริหารบริษัทผลิตแผงพลังงานแสงอาทิตย์เม็กซิโกชี้ ต้องขึ้นค่าไฟภาคอุตสาหกรรมเพื่อกระตุ้นการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งใหม่
นายทอม เวอร์เนอร์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทซันเพาเวอร์คอร์ป ผู้ผลิตแผงพลังงานแสงอาทิตย์ของเม็กซิโกเปิดเผยว่า ถ้าต้องการให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของเม็กซิโกเติบโตอย่างมากในอนาคต จำเป็นต้องขึ้นค่าไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมให้ได้ถึง 20%
นายเวอร์เนอร์ ได้กล่าวหลังหารือกับประธานบริษัทไฟฟ้าแห่งชาติ “ซีเอฟอี” เมื่อวันอังคาร (29 มี.ค.) ว่า ขณะนี้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่อัตราค่าไฟฟ้ายังต่ำอยู่ หากเพิ่มขึ้นถึง 20% จึงจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลเม็กซิโกได้ลดค่าไฟฟ้าลงมา ในช่วงที่เม็กซิโกเปลี่ยนไปใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งราคาถูกกว่ามาผลิตไฟฟ้า และมีแผนปฏิรูประบบพลังงานที่รัฐบาลสัญญาว่า ให้โรงไฟฟ้าเอกชนเพิ่มแหล่งพลังงานใหม่โดยรัฐบาลจะช่วยพัฒนาตลาดค้าส่งไฟฟ้ารายใหม่ ๆ ให้เช่นกัน แต่บรรดาบริษัทแผงพลังงานแสงอาทิตย์ก็กล่าวโทษว่า ค่าไฟฟ้าในเม็กซิโกต่ำจึงไม่จูงใจให้ทำโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
ทั้งนี้ เม็กซิโกเพิ่งสิ้นสุดการประมูลพลังงานสะอาดแหล่งใหม่เพื่อป้อนให้กับซีเอฟอี ซึ่งมีบริษัทชนะประมูล 7 บริษัท รวมทั้งซันเพาเวอร์ของนายเวอร์เนอร์ ที่ได้รับสิทธิผลิตพลังงานไฟฟ้า 1,720 เมกะวัตต์
ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือไออีเอ ระบุว่า เมื่อปี 2557 ศักยภาพการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของเม็กซิโกมีเพียง 64 เมกะวัตต์ แต่กระทรวงพลังงานเม็กซิโกให้ตัวเลขต่ำกว่านี้ ซึ่งตรงกันข้ามกับในเยอรมนีที่มีศักยภาพการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ในปี 2558 ราว 40 กิกะวัตต์




