พรรคขวาจัดของอังกฤษวิจารณ์เหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์ว่าเป็นผลจากนโยบายคนเข้าเมืองของสหภาพยุโรป (อียู) จนเกิดข้อถกเถียงเรื่องออกจากอียูอีกรอบ
เหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียมเมื่อวันอังคาร (22 มี.ค.) ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 คนและบาดเจ็บอีกราว 30 คน ทำให้ในอังกฤษเกิดกระแสถกเถียงเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป หรืออียู ซึ่งกำลังจะมีการลงประชามติชี้ขาดกันในเดือนมิถุนายนนี้
นายไนเจล ฟาราจ หัวหน้าพรรคอิสรภาพแห่งสหราชอาณาจักร หรือยูคิปที่มีแนวคิดขวาจัดโพสต์ในเฟซบุ๊คเมื่อวันพุธว่า หากได้ยินนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนพูดอีกว่าอังกฤษต้องอยู่ในอียูต่อไป ก็ขอให้ทุกคนนึกถึงสถานการณ์ในกรุงบรัสเซลส์
ขณะที่นายไมค์ ฮุคเคม โฆษกกระทรวงกลาโหมอังกฤษจากพรรคเดียวกันและเป็นสมาชิกสภายุโรป แสดงความเห็นว่า เหตุที่กลุ่มก่อการร้ายสามารถโจมตีเมืองหลวงของอียูได้ เป็นผลจากนโยบายเปิดรับผู้อพยพของอียูและเขตปลอดหนังสือเดินทางใน 30 ประเทศยุโรปตามข้อตกลงเชงเกน ซึ่งทำให้สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคหย่อนยาน
นอกจากนี้ นายฮุคเคมยังวิจารณ์ระบบการทำงานที่ล้าสมัยของตำรวจเบลเยียมและการขาดการแบ่งปันข่าวกรองของทางการทั้งที่มีข้อมูลว่าเฉพาะในย่านโมเลนบีค ชานกรุงบรัสเซลส์มีกลุ่มนักรบญิฮัดที่เดินทางกลับมาจากซีเรียอาศัยอยู่94 คน และผู้อำนวยการตำรวจสากลก็เตือนเมื่อเดือนก่อนว่ามีพลเมืองยุโรปมากถึง 5,000 คนกลับมาจากการฝึกก่อการร้ายในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ ความเห็นของนักการเมืองแถวหน้าในพรรคยูคิป ทำให้เกิดการถกเถียงเรื่องอนาคตของประเทศในอียูอีกครั้งโดยเฉพาะในสังคมออนไลน์ ซึ่งมีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
ขณะที่นายกรัฐมนตรีคาเมรอนกล่าวว่า การนำเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์ไปโยงกับนโยบายคนเข้าเมืองในช่วงเวลานี้ถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม





