กลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ใช้อาวุธเคมีโจมตีพื้นที่ทางตอนเหนือของอิรัก เป็นรอบที่ 2 ในช่วงเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ เมื่อวานนี้
สื่อต่างประเทศรายงานว่า ไอเอสได้ใช้อาวุเคมีเข้าโจมตีเมืองทาซา ใกล้กับเมืองฮามา ทางตอนเหนือของอิรัก เมื่อเช้าวานนี้ หลังจากที่ในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เคยโจมตีทำนองเดียวกันนี้ไปแล้ว
การโจมตีครั้งล่าสุด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นเด็กหญิงวัย 3 ขวบ และบาดเจ็บอีกราว 600 ราย ขณะที่ประชาชนอีกหลายร้อยคน เร่งอพยพออกนอกพื้นที่
เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ท้องถิ่นเผยว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บมีอาการแผลไหม้ติดเชื้อ หายใจติดขัด และภาวะร่างกายขาดน้ำ ในจำนวนนี้มี 8 รายที่ต้องถูกส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลในกรุงแบกแดด ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์จากสหรัฐและเยอรมนี รุดไปยังพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจหาสารเคมี
รายงานของกองกำลังร่วมที่นำโดยสหรัฐ ระบุว่า สารเคมีที่กลุ่มไอเอสใช้เท่าที่มีการตรวจพบในขณะนี้คือคลอรีน และก๊าซมัสตาร์ดคุณภาพต่ำ ซึ่งสร้างความเสียหายได้เพียงเล็กน้อย โดยผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า กลุ่มไอเอสยังไม่มีศักยภาพเพียงพอที่สร้างความเสียหายในระดับรุนแรงจากการโจมตีด้วยอาวุธเคมีได้ เนื่องจากไม่เพียงแต่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่ยังจำเป็นต้องใช้วัสดุอุปกรณ์และขั้นตอนที่เหมาะสม





