ตลาดการเงินของยุโรปแกว่งตัวผันผวนอย่างหนัก หลังธนาคารกลางยุโรปประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 0% พร้อมปรับดอกเบี้ยเงินฝากให้ติดลบมากขึ้น
ค่าเงินยูโรแกว่งตัวผันผวนในกรอบระหว่าง 1.1183-1.1218 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.5% ระหว่างการซื้อขายในตลาดยุโรปเมื่อวันพฤหัสบดี โดยในช่วงหนึ่งปรับตัวลงลงไปอยู่ที่ 1.08 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แฟรงค์เฟิร์ตปิดการซื้อขายในวันเดียวกันปรับตัวลดลง 2.3% ตลาดหุ้นปารีสปิดตลาดลดลง 1.7% และตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนปิดตลาดลดลง 1.8%
ความแปรปรวนดังกล่าวเกิดขึ้นแทบทันที หลังนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป ( อีซีบี ) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากเดิม 0.05% เป็น 0.0% ลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจาก -0.3% เป็น -0.4% หมายความว่าสถาบันการเงินต้องชำระดอกเบี้ยมากขึ้นสำหรับเงินที่ฝากไว้กับอีซีบี และประกาศเพิ่มวงเงินสำหรับมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ ( คิวอี ) จากเดือนละ 60,000 ล้านยูโร ( ราว 2.34 ล้านล้านบาท ) เป็น 80,000 ล้านยูโรต่อเดือน ( ราว 3.12 ล้านล้านบาท ) จนถึงสิ้นเดือนมี.ค. ปีหน้า "เป็นอย่างน้อย"
นอกจากนี้ อีซีบียังปรับลดประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ของกลุ่มยูโรโซน 19 ประเทศเหลือ 1.4% ในปีนี้ 1.7% ในปีหน้า และ 1.8% ในปี 2561 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อ "ควรเพิ่มขึ้น" เป็น 1.3% ในปีหน้า และ 1.6% ในปีต่อไป โดยยังคงห่างไกลจากเป้าหมาย 2% อย่างไรก็ตาม ดรากีย้ำว่ายูโรโซนจะไม่เผชิญกับภาวะเงินฝืด แม้ยอมรับแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังเป็น "เชิงลบ"
ทั้งนี้ นับตั้งแต่รับตำแหน่งประธานอีซีบีเมื่อปี 2554 ดรากีลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 8 ครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของภูมิภาคโดยเฉพาะในกลุ่มยูโรโซน และรักษาเสถียรภาพของสถาบันการเงิน กระนั้นบรรดานักวิเคราะห์มองว่าการปรับนโยบายของอีซีบียังไม่อาจช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้มากนัก และพากันตั้งคำถามว่าอีซีบีจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร หากเศรษฐกิจถดถอยมากไปกว่านี้





