พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) เสนอชื่อคนสนิทของนางอองซาน ซูจี เป็นผู้สมัครประธานาธิบดีคนใหม่ ก่อนสภาโหวตเลือกสัปดาห์หน้า
พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดีของเมียนมาเสนอชื่อนายถิ่น จอ คนสนิทของนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคเป็นผู้สมัครประธานาธิบดีคนใหม่ตามคาดเพื่อให้รัฐสภาลงมติเลือกประธานาธิบดีในสัปดาห์หน้า
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาชุดใหม่ที่มีพรรคเอ็นแอลดีครองเสียงข้างมากเริ่มกระบวนการเสนอชื่อผู้สมัครประธานาธิบดีในวันนี้โดยตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ทั้งสองสภาและกองทัพที่มีสัดส่วนที่นั่ง 25% ในสภาจะเสนอชื่อผู้สมัครประธานาธิบดีฝ่ายละ 1 คนรวมเป็น 3 คน โดยคนที่ได้คะแนนสูงสุดจะเป็นประธานาธิบดี และอีก 2 คนจะเป็นรองประธานาธิบดี
นอกจากนายถิ่น จอแล้ว พรรคเอ็นแอลดียังเสนอชื่อนายเฮนรี วัน เตียว วัย 57 ปีจากกลุ่มชาติพันธุ์ชินเป็นตัวแทนจากวุฒิสภา ขณะที่กองทัพยังไม่ได้เสนอชื่อตัวแทนในวันนี้ แต่คาดว่าจะเลื่อนไปเสนอในการประชุมวันพรุ่งนี้แทน
หลังจากได้ชื่อผู้สมัครประธานาธิบดีครบ 3 คนแล้ว สมาชิกทั้งสองสภารวม 664 คนจะออกเสียงเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ระหว่างวันที่ 17-18 มีนาคมนี้ และพิธีถ่ายโอนอำนาจจะมีขึ้นในวันที่ 30 มีนาคม โดยจะมีประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และคณะรัฐมนตรีเข้าสาบานตนรับตำแหน่ง
จากอดีตคนขับรถสู่ว่าที่ผู้นำประเทศ
คนเมียนมาส่วนใหญ่รู้จักนายถิ่น จอ วัย 70 ปี ในฐานะเป็นคนขับรถส่วนตัวของนางซูจี แต่ความจริงแล้วเขาเป็นที่ปรึกษาคนสนิทของเธอและยังจบการศึกษาสาขาเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในอังกฤษเหมือนกับนางซูจี
เขายังเป็นลูกครึ่งมอญ-เมียนมา โดยบิดาคือ นายวิน ทู วุน เป็นอดีตส.ส.พรรคเอ็นแอลดีเมื่อปี 2533 ขณะที่พ่อตาคือ นายอู ลวิน เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเอ็นแอลดี ส่วนภรรยา นางซู ซู ลวิน เป็นส.ส.พรรคเอ็นแอลดีสมัยปัจจุบัน ซึ่งเพิ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภาล่าง
สำหรับนางซูจีนั้น นายถิ่น จอถือเป็นบุคคลที่เธอไว้วางใจมากที่สุด และยังเป็นประธานบริหารมูลนิธิ “ดอว์ ขิ่น จี” องค์กรการกุศลทางด้านการศึกษาซึ่งตั้งเป็นเกียรติแก่นางดอว์ ขิ่น จี มารดาของนางซูจี
ด้วยเหตุที่นางซูจี ซี่งบุตรสองคนและสามีของเธอล้วนเป็นชาวอังกฤษ ขึ้นเป็นประธานาธิบดีไม่ได้เนื่องจากมาตรา 59 ในรัฐธรรมนูญเมียนมาที่ร่างขึ้นสมัยรัฐบาลทหารห้ามผู้มีบุตรและคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติดำรงตำแหน่งนี้ ทำให้เธอต้องการให้บุคคลที่เชื่อใจได้มากที่สุด ขึ้นมาเป็นตัวแทนในการบริหารประเทศ และมีกระแสคาดการณ์ว่านางซูจีอาจจะนั่งตำแหน่งใหม่คือ "รัฐมนตรีอาวุโส" ซึ่งจะทำให้เธอควบคุมการทำงานของรัฐบาลได้




