"เบนิโญ อาคิโน" ผู้นำของฟิลิปปินส์กล่าวโจมตียุคปกครองของ "เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส" อดีตผู้นำเผด็จการว่าเป็นช่วงเวลาอันแสนเจ็บปวดของประเทศ
ประธานาธิบดีเบนิโญ อาคิโนของฟิลิปปินส์ กล่าวในพิธีรำลึกครบรอบ 30 ปีการปฏิวัติพลังประชาชนที่อนุสาวรีย์พลังประชาชนในเมืองเกซอนซิตี้วันนี้ (25 ก.พ.) ตอบโต้สิ่งที่มีคนพูดไว้ว่าสมัยอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอสปกครองประเทศเป็นยุคทองของฟิลิปปินส์ โดยนายอาคิโนบอกว่ายุคนั้นเป็นยุคทองของพวกพ้องและเพื่อนของนายมาร์กอส ยุคทองของหนี้สินของฟิลิปปินส์ และเป็นยุคทองของการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวมุสลิมโมโร และการฮุบที่ดินบนเกาะมินดาเนาอย่างกว้างขวาง แต่ขณะนี้รัฐบาลของเขากำลังร่างข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนโมโร
การเดินขบวนของประชาชนนับล้านบนถนนเอ็ดซ่า โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทัพระหว่าง 22-25 กุมภาพันธ์ 2529 สามารถโค่นล้มผู้นำจอมเผด็จการได้สำเร็จโดยไม่สูญเสียเลือดเนื้อและได้รับคำชมจากทั่วโลก
ปัจจุบัน วุฒิสมาชิกเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ หรือบองบอง ลูกชายของอดีตผู้นำเผด็จการกำลังหาเสียงชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี และมีคะแนนนิยมดีขึ้นเรื่อยๆ
ประธานาธิบดีอาคิโน่ กล่าวถึงบองบองกรณีไม่เคยกล่าวคำขอโทษต่อการกระทำในอดีตของพ่อด้วยว่า แม้ความผิดของพ่อไม่ควรตกทอดถึงลูก แต่บองบองไม่เคยยอมรับว่าพ่อทำผิด และหากเป็นเช่นนั้น จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาจะไม่ทำผิดซ้ำรอย นอกจากนี้อาคิโน่บอกด้วยว่า ประวัติศาสตร์กำลังถูกแก้ไข มีกลุ่มคนใช้สื่อโซเชียลมีเดียเพื่อบิดเบือนสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคนายมาร์กอส เพื่อสร้างภาพสวยงามต่อสายตาคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยรับรู้ถึงความทุกข์ยากในสมัยนั้นที่ประเทศตกอยู่ภายใต้การประกาศใช้กฎอัยการศึก




