วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อนามัยโลก' ออกแผนใหญ่รับมือซิกา

องค์การอนามัยโลก ออกแผนรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาซึ่งรวมถึงการระดมทุนกว่า 50 ล้านดอลลาร์และใช้ยุงตัดต่อพันธุกรรมควบคุมการระบาด

องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ออกแผนรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกาซึ่งรวมถึงการระดมทุนกว่า 50 ล้านดอลลาร์และใช้ยุงตัดต่อพันธุกรรมเพื่อควบคุมการระบาดของซิกาที่แพร่กระจายไปกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่อยู่ในละตินอเมริกา

ดับเบิลยูเอชโอ ระบุว่า แผนซึ่งชื่อว่า “กรอบการรับมือไวรัสซิกาเชิงยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการร่วม”มีผลครอบคลุมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายนนี้ โดยจะเน้นเรื่องการระดมกำลังและความร่วมมือของพันธมิตร ผู้เชี่ยวชาญ และทรัพยากร เพื่อช่วยประเทศต่างๆ ในการเพิ่มการเฝ้าระวังไวรัสซิกา รวมถึงอาการศีรษะเล็กผิดปกติในทารก และอาการเกี่ยวกับระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับไวรัสนี้

นอกจากนั้น ดับเบิลยูเอชโอยังสนับสนุนแนวคิดการใช้ยุงตัวผู้ที่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรมไปผสมพันธุ์กับยุงตัวเมียที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เพื่อลดประชากรยุงบนโลก และอาจมีส่วนช่วยในการควบคุมการแร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกาที่มียุงลายเป็นพาหะ โดยผลการทดลองโดยสถาบันวิจัยหลายแห่งพบว่า ตัวอ่อนที่เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างยุงตัวผู้ที่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรมกับยุงตัวเมีย ตายตั้งแต่ยังเป็นลูกน้ำ

ขณะเดียวกัน ฮูและหน่วยงานอีกหลายแห่งกำลังอยู่ระหว่างร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ยุงตัวผู้ที่ได้รับกัมมันตรังสีในระดับต่ำ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ประยุกต์จากวิธีของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือไอเออีเอ ที่ใช้แมลงอาบรังสีควบคุมแมลงศัตรูพืช หรือการใช้แบคทีเรียโวลบาเชียกินไข่ยุงเพื่อป้องกันการฟักตัว ขณะที่นักสิ่งแวดล้อมจำนวนไม่น้อยกังวลว่า วิธีการเหล่านี้อาจกลายเป็นการทำลายระบบนิเวศ

นอกจากนี้ ดับเบิลยูเอชโอได้ประกาศระดมทุนให้ได้อย่างน้อย 56 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,928 ล้านบาทเพื่อควบคุมสถานการณ์ โดยในจำนวนนี้ 25 ล้านดอลลาร์หรือราว 861ล้านบาท จะจัดสรรให้แก่กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเซฟในการดูแลหญิงมีครรภ์และทารกแรกเกิดซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดับเบิลยูเอชโอประกาศให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกาเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศเนื่องจากพบความเชื่อมโยงที่ซับซ้อนระหว่างการได้รับเชื้อไวรัสซิกาของหญิงมีครรภ์กับทารกที่เกิดมาจะมีภาวะศีรษะเล็กกว่าปกติ ซึ่งเป็นความพิการทางสมอง