"สหภาพยุโรป" สั่งกรีซเพิ่มมาตรการควบคุมพรมแดนเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ผู้อพยพให้ได้ภายใน 3 เดือน
สหภาพยุโรป ( อียู ) ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ กำหนดกรอบระยะเวลาภายใน 3 เดือนนับจากนี้ ให้กรีซเร่งแก้ไขปัญหาการทะลักเข้ามาในเขตแดนของผู้อพยพและผู้ลี้ภัย และปฏิรูประบบการดูแลขั้นพื้นฐายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งรวมถึงการขึ้นทะเบียนกลุ่มคนเหล่านี้ โดยแบ่งเป็นการที่กรีซต้องกำหนดแผนปฏิบัติการให้ได้ภายใน 1 เดือน และรายงานแจ้งความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 เดือนให้หลัง
ทั้งนี้ หากรัฐบาลเอเธนส์ไม่สามารถปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวได้ภายในช่วงกลางเดือนพ.ค. นี้ อียูสามารถอนุมัติให้ประเทศที่เป็นสมาชิกความตกลงเชงเก้น เพิ่มความเข้มงวดในมาตรการควบคุมพรมแดนภายนอกสำหรับกรีซเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งหมายความถึงการเดินทางข้ามพรมแดนจากกรีซไปยังประเทศอื่นจะยากลำบากมากขึ้น โดยเป็นไปตามมาตรา 26 ของความตกลงเชงเก้น ที่ระบุให้ประเทศสมาชิกสามารถยกระดับมาตรการควบคุมพรมแดนภายในได้สูงสุด 2 ปี หากอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติ
อย่างไรก็ตาม อียูยืนยันว่ามาตรการนี้ไม่ใช่การลงโทษ หรือ การทอดทิ้ง กรีซ แต่เป็นการมอบความชอบธรรมให้แก่ประเทศร่วมภูมิภาคในการจัดการผลกระทบที่เกิดขึ้น จากการที่รัฐบาลเอเธนส์ไม่สามารถควบคุมพรมแดนของตัวเองได้ ด้านกระทรวงการต่างประเทศกรีซออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่า รัฐบาลซึ่งกำลังประสบกับวิกฤติการเงินอย่างที่ทุกฝ่ายทราบกัน พยายามบริหารจัดการสถานการณ์เป็นอย่างดีที่สุดแล้ว
ขณะที่นโยบายเปิดพรมแดนรับผูัอพยพแบบไม่จำกัดของเยอรมนี ที่ส่งผลให้ต้องรองรับมากถึง 1.1 ล้านคน เฉพาะเมื่อปีที่แล้ว ยังคงตกเป็นเป้าโจมตีของหลายฝ่าย ล่าสุดคือเสียงวิจารณ์จากพันธมิตรสำคัญในยุโรปคือฝรั่งเศส ซึ่งนายกรัฐมนตรีมานูเอล วาลส์ กล่าวว่านโยบายนี้ไม่มีทางได้ผลในระยะยาว





