วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฝรั่งเศสแนะใช้ถุงยางป้องกันไวรัสซิกา

ทางการฝรั่งเศสได้แนะนำให้ประชาชนใช้ถุงยางอนามัย เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสซิกา

ทางการฝรั่งเศสได้แนะนำให้ประชาชนใช้ถุงยางอนามัย เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสซิกา หลังมีรายงานจากศูนย์สาธารณสุขรัฐเท็กซัสของสหรัฐว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาในสหรัฐ ที่เป็นไปได้ว่าอาจติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ใช่จากการถูกยุงกัดเป็นรายแรก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศส “นางมาริซอล ตูเรน” แถลงเมื่อวันพุธ (3 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า สูตินรีแพทย์ฝรั่งเศสขอแนะนำให้ผู้ชายที่ติดไวรัสซิกาใช้ถุงยางอนามัย ขณะมีเพศสัมพันธ์กับหญิงมีครรภ์ หรือหญิงที่วางแผนจะมีครรภ์ เช่นเดียวกับทางการอังกฤษและไอร์แลนด์ที่เคยมีคำแนะนำประชาชนในทำนองเดียวกันไปก่อนหน้านี้

การพบผู้ติดไวรัสซิกาทางเพศสัมพันธ์ในรัฐเท็กซัส ได้สร้างความกังวลให้กับองค์การอนามัยโลกว่า การรับมือกับไวรัสตัวนี้จะยากลำบากยิ่งขึ้น เพราะขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันหรือรักษา แต่บริษัทยาและมหาวิทยาลัยหลายแห่งได้พยายามผลิตวัคซีนป้องกันไวรัสซิกา ซึี่งผู้เชี่ยวชาญกล่าว่า อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี

ล่าสุด “ภารัต ไบโอเทค”  บริษัทไบโอเทคโนโลยีของอินเดีย  ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองไฮเดอราบัด ทางภาคใต้ของประเทศ แถลงเมื่อวานนี้ (3 ก.พ.) ว่า บริษัทกำลังผลิตวัคซีนสองตัวที่อาจใช้เป็นวัคซีนป้องกันซิกาได้ โดยเริ่มต้นศึกษามาตั้งแต่ปีที่แล้ว ขณะที่บริษัทพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสชิคุนกุนยาและไข้เลือดออก ซึี่งใกล้ชิดกับไวรัสซิกามาก และมียุงลายเป็นพาหะเช่นเดียวกัน พร้อมกันนั้นบริษัทได้ยื่นจดสิทธิบัตรวัคซีนทั้งสองตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 โดยคาดว่าน่าจะเป็นการยื่นจดสิทธิบัตรวัคซีนป้องกันไวรัสซิกาฉบับแรกของโลก

ในวันเดียวกัน “ทาเคดะ ฟามาซูติคัล” บริษัทยาญี่ปุ่นก็แถลงด้วยว่า บริษัทกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสซิกา และในวันอังคาร (2 ก.พ.)“ซาโนฟี” บริษัทยาจากฝรั่งเศส ก็เปิดตัวโครงการพัฒนาวัคซีนไวรัสซิกาเช่นเดียวกัน

ส่วนบริษัทไฟเซอร์ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และบริษัทเมิร์คแอนด์โค ก็กำลังประเมินเทคโนโลยีและวัคซีนที่บริษัทมีอยู่ในขณะนี้ ว่ามีศักยภาพต่อสู้กับไวรัสซิกาได้หรือไม่ 

การติดไวรัสซิกาทางเพศสัมพันธ์อาจทำให้สถานการณ์ดูน่ากังวลยิ่งขึ้นก็จริง แต่โฆษกองค์การอนามัยโลก หรือดับเบิลยูเอชโอ "นายเกรกอรี ฮาร์ท" กล่าวว่า การติดไวรัสซิกา เกือบ 100% มาจากการถูกยุงกัด ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือการป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด 

นอกจากนี้ดับเบิลยูเอชโอ ยังเตือนว่า  ยุโรปอาจเผชิญการระบาดของไวรัส ซิกาได้  เนื่องจากเชื่อว่า ยุงลายสวน (Aedes albopictus) ที่พบทางตอนใต้ของยุโรป อาจเป็นพาหะได้เช่นกัน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งยุโรป ระบุว่า ประเทศในยุโรปที่พบยุงลายสวน ได้รวมทั้งโครเอเชีย, ฝรั่งเศส, กรีซ, อิตาลี, มอลตา, สโลวีเนีย, สเปนและสวิตเซอร์แลนด์

ด้านนักวิทยาศาสตร์ของสถาบันวิจัยเวชศาสตร์เขตร้อนของบราซิล ระบุว่า จากการศึกษาในห้องปฏิบัติการทดลอง พบว่า ไวรัสซิกาอยู่ในของเหลวอื่นๆ ในร่างกาย นอกเหนือจากน้ำคร่ำของหญิงมีครรภ์ อันได้แก่ปัสสาวะ  อสุจิและของเหลวอื่นๆ ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า ไม่ใช่แค่ยุงลายเท่านั้น ที่เป็นพาหะของไวรัสชนิดนี้