วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาติอาเซียนพร้อมรับมือซิกา

ประเทศอาเซียนพร้อมรับไวรัสซิกา หลังองค์การอนามัยโลกประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของโลก

หลังจากที่องค์การอนามัยโลก หรือดับเบิลยูเอชโอ ประกาศให้ ไวรัสซิกาเป็นภัยฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของโลกไปเมื่อวานนี้ หลายชาติอาเซียนได้ขานรับและมีมาตรการรับมือกับไวรัสซิกา ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะศีรษะเล็กของทารก

ที่มาเลเซียรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  “นายเอส. สุพรามานิยม” ออกคู่มือสำหรับประชาชนในการป้องกันตนเองจากไวรัสซิกา พร้อมเตือนว่า มาเลเซียมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการระบาดของไวรัสซิกาอย่างรวดเร็ว 

นอกจากนี้นายสุพรามานิยม ยังแนะนำให้ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงมีครรภ์ เลื่อนการเดินทางออกไปยัง 24 ประเทศในทวีปอเมริกา ที่พบการติดเชื้อของไวรัสซิกาด้วย 

ทั้งนี้ มีรายงานถึงความเกี่ยวข้องกันระหว่างการติดเชื้อไวรัสซิกากับภาวะศีรษะเล็ก ที่ทารกคลอดออกมาโดยสมองไม่ได้รับการพัฒนา ตามข้อมูลของดับเบิลยูเอชโอ ระบุว่า เฉพาะเดือนตุลาคม 2558 เดือนเดียว พบทารกมีภาวะศีรษะเล็กในบราซิลประมาณ 4,000 คน

ด้านผู้เชี่ยวชาญของสิงคโปร์ มองว่า ไวรัสซิกาอาจมาถึงสิงคโปร์ แต่ไม่มีแนวโน้มว่าจะระบาดหนักเหมือนกับไข้เลือดออก

นางลิม โป เหลียน หัวหน้าแผนกโรคติดเชื้อ สถาบันโรคติดเชื้อและระบาดวิทยา โรงพยาบาลตน ต็อก เส่ง กล่าวว่า หากไวรัสซิกาเข้ามายังสิงคโปร์ เป็นไปได้ว่าอาจส่งผลกระทบเช่นเดียวกับไวรัสชิคุนกุนยา ที่มียุงลายเป็นพาหะเหมือนกันกัน ซึ่งพบการติดเชื้อชิคุนกุนยาครั้งแรกในสิงคโปร์เมื่อปี 2551 แต่จำนวนผู้ติดเชื้อยังต่ำมาก จำนวนสูงสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2556 ที่มีผู้ติดไวรัสชิคุนกุนยา 1,059 คน ส่วนปี 2558 มีผู้ติดเชื้อ 42 คน

นายวี เอง ยัง จากโครงการโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ โรงเรียนแพทย์ดุค-เอ็นยูเอสของสิงคโปร์ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ผู้ที่เคยติดไวรัสไข้เลือดออกอาจมีภูมิคุ้มกันไวรัสซิกา เนื่องจากไวรัสสองตัวนี้ใกล้ชิดกับมากกับระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ แม้ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปแต่ผลการศึกษาอย่างจำกัดส่วนหนึ่งชี้ว่าอาจป้องกันได้ระดับหนึ่ง

ส่วนที่เวียดนาม กระทรวงสาธารณสุข แถลงเมื่อวานนี้ (2 ก.พ.) ว่า กระทรวงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ในการตรวจตรานักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศที่ไวรัสซิการะบาด และติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิที่สนามบินและชายแดน กำหนดข้อแนะนำในการสังเกต และมาตรการสกัดโรค สั่งการให้หน่วยงานสาธารณสุขทุกระดับเตรียมพร้อมสำหรับการกักกันและรักษา รวมทั้งส่งเสริมโครงการรณรงค์ให้ความรู้ต่อสาธารณะเพื่อป้องกันไวรัสซิกา