ปปช. ของมาเลเซีย จ่อทบทวนคำตัดสินของอัยการสูงสุดที่ระบุว่า นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคไม่มีความผิดฐานทุจริตกรณีเงินฝากปริศนา
คณะกรรมการปราบปรามการทุจริตของมาเลเซีย หรือเอ็มเอซีซี ประกาศว่า เอ็มเอซีซีจะทบทวนคำตัดสินของอัยการสูงสุดที่ระบุว่า นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคไม่มีความผิดฐานทุจริตกรณีเงินฝากปริศนาในบัญชีส่วนตัว
สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (26 ม.ค.) อัยการสูงสุดมาเลเซีย “นายโมฮัมหมัด อาปานดี อาลี”แถลงเกี่ยวกับผลการสืบสวนสอบสวนที่มาที่ไปของเงิน 681 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 24,516 ล้านบาท) ในบัญชีเงินฝากส่วนตัวของนายนาจิบว่า หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดร่วมกับเอ็มเอซีซีแล้ว พบว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินสมทบทุนที่ผู้นำมาเลเซียรับพระราชทานจากราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย จึงถือว่าเงินทั้งหมดเป็นทรัพย์สินที่นายนาจิบได้มาอย่างชอบธรรม หมายความว่าผู้นำมาเลเซียไม่ได้ทุจริตตามข้อกล่าวหาของสังคมตลอดเวลาที่ผ่านมา และได้มีการทูลเกล้าฯถวายคืนเงิน 620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 22,320 ล้านบาท) ให้แก่ราชวงศ์ซาอุดีอาระเบียแล้ว เมื่อเดือนส.ค. 2556
สิ้นคำประกาศของอัยการสูงสุดทั้งพรรคฝ่ายค้านมาเลเซีย นักเคลื่อนไหวต่อต้านการทุจริต และผู้ใช้โซเชียลมีเดียต่างพากันสงสัยว่า อยู่ดี ๆ ทำไมราชวงศ์ซาอุดีอาระเบียถึงบริจาคเงินก้อนใหญ่ให้นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และพากันกล่าวหาว่า คำแถลงของอัยการสูงสุดเป็นการฟอกตัวให้กับรัฐบาล
ล่าสุด เอ็มเอซีซีแถลงว่า จะส่งคำตัดสินของอัยการสูงสุดไปให้คณะกรรมการทบทวนการปฏิบัติงานพิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง และจะแต่งตั้งคณะลูกขุนพิเศษเพิ่มเติม
ทั้งนี้ผู้นำมาเลเซียตกเป็นเป้าโจมตีของหลายฝ่ายตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว หลังหนังสือพิมพ์ “เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล” ของสหรัฐ รายงานว่าบริษัทกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจ “วัน มาเลเซีย เดเวลอปเมนต์ เบอร์ฮัด” หรือวันเอ็มดีบีที่นายนาจิบเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นประธาน มีหนี้สินพอกพูนหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่กลับมีการโยกย้ายเงินบางส่วนมายังบัญชีของนายนาจิบแถมยังมีรายงานข่าวว่า ครอบครัวของเขาใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยในต่างแดนและอาจเกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่งพวกเขาปฏิเสธมาโดยตลอด
ด้านสหรัฐ ฮ่องกง และสวิตเซอร์แลนด์ ได้เปิดการสืบสวนสอบสวนคู่ขนานในเรื่องนี้ และอายัดทรัพย์สินของผู้นำมาเลเซียไปแล้วหลายรายการขณะที่รัฐบาลมาเลเซียใช้วิธีการจับกุมหรือข่มขู่ผู้ให้เบาะแส ส่วนนายนาจิบได้สั่งปลดผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์เขาไปหลายราย ทั้งรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีอีกหลายคน และอดีตอัยการสูงสุดที่สอบสวนคดีทุจริตฉาวนี้





