ผู้เชี่ยวชาญในสหรัฐ คาดการณ์ว่า การก่อการร้ายของกลุ่มมุสลิมสุดโต่ง ยังคงเป็นภัยคุกคามสำคัญของสหรัฐตลอดทั้งปีนี้
อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองตะวันออกกลาง กระทรวงต่างประเทศ นายเวยน์ ไวท์ ยอมรับกับสำนักข่าวซินหัวของจีนว่า รัฐบาลกลาง รัฐบาลระดับรัฐ และทางการท้องถิ่นไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้ ในการสกัดผู้ร้ายบุกเดี่ยว หรือกลุ่มสุดโต่งในประเทศ ที่ได้รับอิทธิพลจากกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอเอส เนื่องจากสหรัฐมีเป้าหมายที่ยากแก่การป้องกันได้อยู่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงเรียน อาคารสาธารณะ ร้านอาหาร และสนามกีฬา จึงไม่สามารถป้องกันผู้ก่อการร้ายได้อย่างทั่วถึง ที่บางครั้งแทบไม่ทิ้งร่องรอยทางอิเล็กทรอนิกส์เอาไว้
นอกจากนี้ การยุติโครงการของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ หรือเอ็นเอสเอ เกี่ยวกับการเก็บรวมรวมข้อมูลที่ใช้อธิบายข้อมูล ทำให้ไม่สามารถเก็บบันทึกการสื่อสารส่วนบุคคลของผู้ต้องสงสัยที่โยงกับกลุ่มในต่างประเทศ
ด้านนักวิเคราะห์จากศูนย์เพื่อการศึกษาความเป็นประธานาธิบดีและรัฐสภานายแดน มาฮาฟฟี ชี้ว่า กรณีคู่สามีภรรยาบุกกราดยิงที่เมืองซานเบอร์นาร์ดิโน รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อต้นเดือนธันวาคมตอกย้ำให้เห็นว่า บุคคลหรือกลุ่มคนในประเทศอาจกลายเป็นผู้ก่อการร้ายได้เอง เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายของสหรัฐจึงต้องสร้างสัมพันธ์อันดีกับชุมชนชาวมุสลิม และเพิ่มการประชาสัมพันธ์ต้านการโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มสุดโต่งทางออนไลน์





