อินโดนีเซียลงโทษบริษัท 23 แห่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดไฟป่าครั้งรุนแรงในปีนี้ โดย 14 แห่งในจำนวนนี้ถูกระงับใบอนุญาตและยึดทรัพย์
กระทรวงป่าไม้ของอินโดนีเซียประกาศลงโทษบริษัท 23 แห่ง ฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดไฟป่าที่สถานการณ์ในปีนี้รุนแรงกว่าหลายปีที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้ 14 แห่งจะถูกระงับใบอนุญาตและอายัดทรัพย์สินอย่างไม่มีกำหนด และอาจต้องปิดตัวเป็นการถาวร หากไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของรัฐบาลในการป้องกันการเกิดไฟป่าได้
กระทรวงป่าไม้แถลงด้วยว่า ส่วนบริษัทที่เหลืออีก 9 แห่งได้รับการเตือนอย่างจริงจัง และต้องเข้ารับการตรวจสอบการทำงานอย่างละเอียดตามกำหนดโดยคณะผู้ตรวจสอบของรัฐบาล นอกจากนี้ ทางการอินโดนีเซียยังตรวจสอบการทำงานของบริษัทอีก 33 แห่ง ซึ่งอาจต้องถูกระงับใบอนุญาตเช่นกันหากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพบว่ากระทำผิดจริง
นับตั้งแต่ไฟป่าปีนี้ปะทุเมื่อเดือนกันยายน รัฐบาลอินโดนีเซียตรวจสอบบริษัทไปแล้ว 276 แห่ง และมีการออกคำเตือนว่า การแผ้วถางป่าที่เป็นสาเหตุของการเกิดไฟป่ามีบทลงโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี
ทั้งนี้ การแผ้วถางพื้นที่อาณาเขตเกินกว่า 12.5 ไร่ ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายของอินโดนีเซีย แม้ไฟป่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในประเทศนี้ แต่สถานการณ์ในปีนี้มีความรุนแรงมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา โดยก่อให้เกิดปัญหาหมอกควันปกคลุมน่านฟ้าของประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่งเป็นเวลาระยะเวลานาน และทำให้ประชาชนล้มป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งในอินโดนีเซียมีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องกันอย่างน้อย 19 ศพ
ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า ผลกระทบจากไฟป่าในปีนี้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้แก่อินโดนีเซียสูงถึง 16,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 576,000 ล้านบาท คิดเป็น 1.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพีตลอดทั้งปี มากกว่าครั้งที่เกิดสึนามิครั้งใหญ่ในปี 2547





