สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ชี้ จำนวนผู้ลี้ภัยทั่วโลกในปีนี้เพิ่มขึ้นอีกมากกว่า 60 ล้านคน
สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอชซีอาร์ ) ออกรายงานเมื่อวันศุกร์ เกี่ยวกับสถานการณ์ผู้ลี้ภัยโลกตลอดทั้งปี 2558 ว่าถือเป็นอีกหนึ่งปีที่สถิติการโยกย้ายถิ่นฐานของผู้ลี้ภัยและผู้อพยพทำลายสถิติของปีที่แล้วอย่างชัดเจน อันเนื่องมาจากสถานการณ์สงครามกลางเมืองในซีเรียที่ยังรุนแรงแม้ล่วงเลยมานานกว่า 4 ปีแล้ว และประชาชนอีกเกือบ 1 ล้านคนเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเพื่อมาขึ้นฝั่งแผ่นดินใหญ่ของยุโรป
สถิติผู้ลี้ภัยทั่วโลกของยูเอ็นเอชซีอาร์ในปัจจุบันระบุว่า ตลอดช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มีผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นอีกราว 5 ล้านคน ในจำนวนนี้ราว 4.2 ล้านคนพลัดถิ่นอยู่ในประเทศ และอีกราว 839,000 คนต้องเดินทางออกนอกประเทศเพื่อไปหาถิ่นที่อยู่ใหม่ คิดเป็นอัตราส่วนโดยเฉลี่ยวันละ 4,600 คน หรือในจำนวนประชากรโลกทุก 122 คน จะมี 1 คนอยู่ในสถานะของผู้ลี้ภัยหรือผู้อพยพ
ทั้งนี้ สถิติผู้ลี้ภัยขึ้นทะเบียนกับยูเอ็นเอชซีอาร์ในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 20.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 45 จากสถิติเมื่อปี 2554 โดยส่วนใหญ่เป็นชาวซีเรียซึ่งเป็นประเทศที่ตกอยู่ท่ามกลางสงครามกลางเมืองตั้งแต่เดือนมี.ค. 2554 ซึ่งหากความรุนแรงและวุ่นวายทางการเมืองในซีเรียไม่เกิดขึ้น จำนวนผู้ลี้ภัยระหว่างปี 2554 ถึงกลางปีนี้จะเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น อย่างไรก็ตาม สถิติของผู้ลี้ภัยตลอดทั้งปีนี้เกินกว่า 60 ล้านคน "ไปมากแล้ว" ทำลายสถิติของปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ราว 59.5 ล้านคน
ขณะที่ในส่วนของสถานการณ์ผู้อพยพในปัจจุบันนั้น เยอรมนีเป็นประเทศที่มีผู้อพยพขึ้นทะเบียนขอรับสิทธิ์ลี้ภัยมากที่สุด 159,000 คนตลอดช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งเทียบเท่ากับสถิติตลอดทั้งปีที่แล้ว ทว่ามีแนวโน้มสูงที่รัฐบาลเบอร์ลินอาจต้องรับให้ความดูแลผู้อพยพมากถึง 1 ล้านคนภายในช่วงสิ้นปีนี้ ส่วนอันดับ 2 คือรัสเซีย ซึ่งมีผู้ยื่นคำร้องขอสถานะลี้ภัย 100,000 คนในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ โดยส่วนใหญ่เป็นชาวยูเครน





