ผู้นำโลกเดินทางถึงกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ เพื่อร่วมประชุม "เอเปค" ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ราว 3 หมื่นนาย
ผู้นำโลกรวมทั้งประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเดินทางมาถึงกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์แล้ว เมื่อช่วงเช้าวันนี้ เพื่อร่วมประชุมผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปคในวันพรุ่งนี้ (18 พ.ย.) แต่คาดว่า ประเด็นด้านความมั่นคงจะขึ้นมามีความสำคัญนอกวาระ
หลังจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลงจอดที่ลานจอดส่วนตัวบาลักบักในกรุงมะนิลา ผู้นำสหรัฐได้ทักทายกับผู้ที่มาต้อนรับ และเดินทางต่อด้วยเฮลิคอปเตอร์สหรัฐไปเยี่ยมชมเรือฟริเกตชื่อ “บีอาร์พี เกรโกริโอ เดล ปิลาร์” ที่สหรัฐมอบให้กับกองทัพเรือฟิลิปปินส์ตามกฎหมายความช่วยเหลือต่างประเทศ และมีกำหนดพบกับนายกรัฐมนตรีมัลคอล์ม เทิร์นบูลของออสเตรเลียหลังจากนั้น
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจเยี่ยมชมเรือฟริเกต นายโอบามา กล่าวว่า การเยี่ยมชมครั้งนี้เน้นย้ำถึงความรับผิดชอบร่วมกันของสหรัฐ ต่อความมั่นคงในน่านน้ำภูมิภาคเอเชียและเสรีภาพในการเดินเรือ แต่เขาไม่ได้ระบุถึงความขัดแย้งกับจีนเรื่องทะเลจีนใต้โดยตรง
ส่วนที่หน้าสถานทูตสหรัฐในกรุงมะนิลา นักเคลื่อนไหวชาวฟิลิปปินส์ราว 100 คน ได้รวมตัวประท้วงต่อต้านการมาร่วมประชุมเอเปคของผู้นำสหรัฐ โดยตัวแทนผู้ประท้วงกล่าวว่า การประท้วงครั้งนี้ถือเป็นการต้อนรับนายโอบามา พวกเขาไม่อยากให้ผู้นำสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้นำใหญ่ในการรุกรานและแสดงความโหดร้ายต่อประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกได้มาเหยียบแผ่นดินฟิลิปปินส์
ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนก็เดินทางมาถึงแล้วเช่นกันโดยมีเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ รวมทั้งหัวหน้าคณะบริการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง “นายเหลียง ชุน-อิง” พร้อมด้วยภริยาให้การต้อนรับที่สนามบินนานาชาติกรุงมะนิลา
ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่นายสีเดินทางเยือนฟิลิปปินส์ นับตั้งแต่เขาเป็นประธานาธิบดีจีน ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลมะนิลากับปักกิ่งตึงเครียดมาโดยตลอดเนื่องจากข้อพิพาทในทะเลจีนใต้
อย่างไรก็ตาม นักการทูตอาวุโสคนหนึ่งของจีนเปิดเผยว่า รัฐบาลปักกิ่งไม่มีแผนจะนำเรื่องข้อพิพาทนี้มาหารือในเวทีเอเปค เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ที่จะไม่ยกประเด็นนี้มาหารือเช่นกัน
ส่วนผู้นำคนอื่น ๆจาก 21 เขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค ที่เดินทางมาถึงกรุงมะนิลาแล้ว มีทั้งประธานาธิบดีปาร์ก กึน-เฮของเกาหลีใต้ นายกรัฐมนตรีมัลคอล์ม เทิร์นบูล ของออสเตรเลีย ประธานาธิบดีเอนริเก เปนา นิเอโตของเม็กซิโก ประนาธิบดีเจือง ตั๊น ซางของเวียดนาม ประธานาธิบดีฮวน มานูเอล ซานโตส ของโคลอมเบีย นายกรัฐมนตรีปีเตอร์ โอนีลของปาปัวนิวกินี ประธานาธิบดีมิเชล บาเชเลต ของชิลี นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคของมาเลเซีย และนายกรัฐมนตรีจอห์น คีย์ ของนิวซีแลนด์
รักษาความปลอดภัยผู้นำเอเปคเข้ม
เมื่อผู้นำโลกต่างมารวมกัน ประกอบกับเพิ่งเกิดเหตุก่อวินาศกรรมในกรุงปารีสของฝรั่งเศสไปเมื่อไม่กี่วันก่อน การรักษาความปลอดภัยในการประชุมเอเปคจึงต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยราว 30,000 นายมาคอยดูแลความสงบเรียบร้อยระหว่างการประชุม 4 วันครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมรวมกว่า 10,000 คน
นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังมีมาตรการปิดน่านฟ้า ส่งผลให้เที่ยวบินในประเทศและระหว่างประเทศที่มีกำหนดเดินทางช่วงการประชุมเอเปครวมเกือบ 1,400 เที่ยวบินต้องถูกยกเลิก และมีการสั่งปิดโรงเรียนและสถานที่ราชการหลายแห่งด้วย
โฆษกหน่วยรักษาความปลอดภัยเอเปคเปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่พบภัยคุกคามใดๆ ในการประชุม แต่ยังคงสอดส่องความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน
คาด ‘ความมั่นคง’ บดบังประเด็นเอเปค
สำหรับการประชุมเอเปคในครั้งนี้ จะให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างบูรณาการทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาค ส่งเสริมให้วิสาหกิจขนาดเล็กมาก ขนาดเล็ก และขนาดกลางมีส่วนร่วมทั้งในตลาดระดับภูมิภาคและระดับโลก การลงทุนพัฒนาทุนมนุษย์ แต่ประเด็นความมั่นคงอาจขึ้นมาบดบังประเด็นอื่น เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศจี 20 ที่ตุรกีที่เพิ่งเสร็จสิ้นลง ซึี่งในเวทีนั้นประเด็นเรื่องความรุนแรงผลพวงจากสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานานถึง 4 ปีของซีเรียได้กลายเป็นประเด็นสำคัญแทน
ในการประชุมเอเปคคาดว่า ประเด็นเรื่องข้อพิพาทในทะเลจีนใต้อาจขึ้นมาเบี่ยงเบนความสนใจ แม้ฟิลิปปินส์เจ้าภาพจะประกาศตัวเป็นเจ้าภาพที่ดีไม่นำประเด็นนี้มาเป็นวาระการประชุมผู้นำ แต่เรื่องทะเลจีนใต้ก่อให้เกิดความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐในระยะหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ในกรุงมะนิลาเผยว่า ประเด็นทะเลจีนใต้อาจจะนำมาหารือกันในช่วงการประชุมสรุปของบรรดาผู้นำในวันพฤหัสบดี (19 พ.ย.)




