วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มุสลิมในเมียนมาร์ ปัดร่วมเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์

ชาวมุสลิมในเมียนมาร์ ยืนยัน จะไม่ไปเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ในวันอาทิตย์นี้แม้มีสิทธิในฐานะพลเมือง หวังประท้วงการตัดสิทธิชาวโรฮิงญา

นายโซ เหลี่ยง วัย 44 ปี มีบัตรประชาชนสีชมพู เป็นชาวมุสลิมกามัน หนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ 135 กลุ่มที่ได้รับสัญชาติเมียนมาร์ตามการเกิด แต่เป็นหนึ่งในชาวมุสลิมกามัน 2,000 คนที่อาศัยในค่ายผู้ลี้ภัยชานเมืองซิตตเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ ร่วมกับชาวมุสลิมโรฮิงญาที่อพยพหนีเหตุรุนแรงปี 2555 ทำให้ถูกจำกัดการเคลื่อนไหวเช่นเดียวกับชาวโรฮิงญาซึ่งไม่ได้รับการรับรองสัญชาติจากทางการ เขากล่าวว่า จะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตราบใดที่คนอื่น ๆ ยังไม่มีสิทธิ เพราะแม้แต่ภรรยาของเขาก็ยังไม่มีชื่อในรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

การเลือกตั้งวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ถูกคาดหวังว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมครั้งแรกในรอบ 25 ปี แต่มีผู้สมัครที่เป็นชาวมุสลิมน้อยมากทั้งที่สัดส่วนประชากรมุสลิมมีประมาณร้อยละ 5 ของประชากรทั้งประเทศ 51 ล้านคน แม้แต่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางออง ซาน ซู จี ก็ไม่ส่งผู้สมัครชาวมุสลิมแม้แต่คนเดียว คณะกรรมการการเลือกตั้งรัฐยะไข่เผยว่า ชาวมุสลิมตามค่ายผู้ลี้ภัย 20 แห่งรอบเมืองซิตตเวมีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 150 คน จากทั้งหมดเกือบ 100,000 คน นักวิจัยด้านเมียนมาร์ของกลุ่มฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า กระแสต่อต้านชาวมุสลิมในเมียนมาร์ไม่ได้มุ่งไปที่ชาวโรฮิงญาเท่านั้น แต่ยังเหมารวมชาวมุสลิมทั้งหมด

พรรคแห่งชาติอาระกันซึ่งเป็นพรรคชาวพุทธในรัฐยะไข่ถือว่าชาวโรฮิงญาเป็นผู้ลอบเข้าเมืองจากบังกลาเทศและวิ่งเต้นให้รัฐบาลกลางตัดสิทธิเลือกตั้งชาวโรฮิงญาจนสำเร็จ ก่อนหน้านี้ชาวโรฮิงญามีบัตรสีขาวที่แสดงสถานภาพพลเมืองชั่วคราว แต่ประธานาธิบดีเต็ง เส่งได้ประกาศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ให้เป็นโมฆะ