สมาชิกสหประชาชาติโหวต 191 ต่อ 2 เสียง โจมตีมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่อคิวบา นับเป็นคะแนนสูงสุดนับแต่เคยมีการโหวตมา
ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) มีมติเมื่อวันอังคาร 191 ต่อ 2 เสียง ประณามการคว่ำบาตรของสหรัฐต่อคิวบา ที่ครอบคลุมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการเงิน ซึ่งนับเป็นคะแนนเสียงสูงที่สุดนับแต่เคยมีการโหวตมา โดย 2 เสียงที่คัดค้านในครั้งนี้คือสหรัฐและพันธมิตรเหนียวแน่นอย่างอิสราเอล โดยก่อนหน้านี้สหรัฐมีแผนจะลงคะแนนไม่ออกเสียง
ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศขาดสะบั้นลงนับตั้งแต่การขึ้นครองอำนาจของอดีตประธานาธิบดีฟิเดล คาสโตร แห่งคิวบา เมื่อปี 2504 ก่อนจะมีความพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการเมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีราอูล คาสโตร ผู้นำคิวบาคนปัจจุบัน ประกาศยกระดับความสัมพันธ์ด้านการทูต และมีการเปิดสถานเอกอัครราชทูตของทั้งสองประเทศอีกครั้งเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา
ประเด็นของการโหวตในครั้งนี้ถูกเสนอโดยรัฐบาลคิวบา ซึ่งต้องการเรียกร้องให้มีการยกเลิกการคว่ำบาตร โดยนายโรนัลด์ โกดาร์ด ผู้แทนสหรัฐ กล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็นจีเอว่า นับเป็นความผิดพลาดของรัฐบาลฮาวานาในการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การลงมติ เพราะมันจะไม่มีผลอันใดต่อกระบวนการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาและความทุ่มเทจากทั้งสองฝ่าย
ด้านนายบรูโน โรดิเกซ รมว.กระทรวงการต่างประเทศคิวบา กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าผิดหวังสำหรับการโหวตคัดค้านของสหรัฐ สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ ไม่ใช่เนื้อหาสาระของการโหวต แต่คือการปฏิบัติ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่สหรัฐจะต้องทำการยกเลิกการคว่ำบาตรเพื่อให้ความสัมพันธ์กลับสู่สถานะปกติ โดยขั้นตอนดังกล่าวนับเป็นความก้าวหน้าสำคัญในกระบวนการนี้
ทั้งนี้ การคว่ำบาตรที่เกิดขึ้น เป็นเพียงการกระทำของสหรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว จึงเป็นเรื่องของรัฐบาลวอชิงตันในการเดินหน้าแก้ไขเรื่องดังกล่าวโดยไม่มีการเรียกร้องข้อแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ นายโรดิเกซยังกล่าวโจมตีถึงความพยายามคัดค้านเรื่องนี้ของสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฝั่งรีพับลิกัน รวมถึงความล้มเหลวของนายโอบามาที่ไม่สามารถใช้อำนาจบริหารในการผลักดันประเด็นดังกล่าวได้
อย่างไรก็ตาม แม้มติของยูเอ็นจีเอจะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่ก็เป็นการสนับสนุนจุดยืนของรัฐบาลคิวบาในเวทีระดับโลก ในการต่อต้านมาตรการปิดกั้นของสหรัฐ นอกจากนี้ มติยูเอ็นจีเอยังเรียกร้องให้ชาติสมาชิกอดทนอดกลั้นต่อการเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของชาติอื่น เช่นเดียวกับเสรีภาพในการค้าและการเดินเรือด้วย





