วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผยจรวดพุ่งใส่นักบินMH17ดับก่อนเครื่องดิ่ง

ทีมสืบสวน เผย หัวรบขีปนาวุธระเบิดใส่ 3 นักบินมาเลเซียแอรไลน์สเที่ยวบิน MH17 เสียชีวิตทันที ก่อนที่ห้องนักบินฉีกขาดและเครื่องดิ่งลงพื้น

นายยิบเบ โจสตรา ประธานคณะกรรมการความปลอดภัยเนเธอร์แลนด์ ที่นำทีมในคณะกรรมการสืบสวนเหตุเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบิน เอ็มเอช 17 ถูกยิงตกในภาคตะวันออกของยูเครน เปิดเผยรายละเอียดการตรวจสอบ จากการประกอบเครื่องบินส่วนหัวของเครื่องถึงห้องโดยสารชั้นธุรกิจขึ้นอีกครั้ง จากชิ้นส่วนหลายพันชิ้นที่รวบรวมได้ในจุดเกิดเหตุที่กินบริเวณกว้างราว 50 ตารางกิโลเมตร ทำให้เห็นร่องรอยสะเก็ดระเบิดจำนวนมากบริเวณส่วนหัวด้านซ้ายของเครื่อง

จากการตรวจสอบวิถีของสะเก็ดระเบิด สรุปได้ว่า หัวรบของขีปนาวุธระเบิดห่างจากเครื่องไปไม่ถึง 1 เมตร สะเก็ดระเบิดกระจายพุ่งทะลุส่วนหัวของเครื่องซึ่งเป็นบริเวณห้องนักบินด้วยความเร็วราว 9,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากการชันสูตรศพของนักบินทั้ง 3 รายพบชิ้นส่วนขีปนาวุธจำนวนมากฝังอยู่ในร่างกาย ทำให้ทั้งสามคนเสียชีวิตในทันที

เศษโลหะจำนวนมากที่พุ่งปะทะด้วยความเร็วทำให้ห้องนักบินฉีกขาดออกจากส่วนอื่นของเครื่อง รายงานระบุว่า ผู้โดยสารบางส่วนอาจยังมีชีวิตอยู่หลังเกิดเหตุราว 60 - 90 วินาที แต่ไม่อยู่ในสภาพที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน เนื่องจากแรงดันอากาศภายในห้องโดยสารที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ปริมาณอ็อกซิเจนลดต่ำ เช่นเดียวกับอุณภูมิที่ลดลงมาอยู่ในระดับ ติดลบ 40 จนถึง ติดลบ 50 องศาเซลเซียส ประกอบกับการไหลทะลักเข้ามาของอากาศจากภายนอกที่มีความรุนแรงมากจนทำให้ข้าวของต่างๆ ภายในห้องโดยสารกลายเป็นวัตถุอันตรายเมื่อปะทะ และแรงลมยังสามารถฉีกเสื้อผ้าออกจากร่างกายของผู้โดยสารได้ บางศพจึงถูกพบในสภาพเปลือยกาย

นอกจากนี้ เมื่อเครื่องสูญเสียการควบคุม จึงดิ่งร่วงจากระดับความสูง 33,000 ฟุต อย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้โดยสารที่ยังรอดชีวิตอยู่จนถึงขณะนั้น จะเกิดอาการมึน เวียนศีรษะรุนแรง หมดสติ ก่อนจะเสียชีวิตในที่สุด

ทั้งนี้ คณะกรรมการการสอบสวนยังชี้ไปยังประเด็นการเปิดน่านฟ้าของยูเครน ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในช่วงของการสู้รบ อีกทั้งยังระบุว่าสายการบิน 61 แห่งที่ดำเนินการเหนือน่านฟ้าดังกล่าวในช่วงเวลานั้น ควรตระหนักได้ถึงความเสี่ยงที่มีอยู่ ซึ่งนายพาฟโล คลิมกิน รมว.กระทรวงการต่างประเทศยูเครน แย้งว่าในช่วงเวลานั้นไม่มีใครทราบว่ามีการใช้อาวุธระดับสูงเช่นนั้นในพื้นที่

แม้รายงานของคณะกรรมการตรวจสอบนานาชาติระบุว่า อาวุธที่ใช้เป็นจรวด 'บัค' ที่พัฒนาขึ้นในรัสเซีย ถูกยิงจากพื้นที่ฝั่งตะวันออกของยูเครนที่อยู่ในการควบคุมของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดน และไม่ได้เจาะจงว่าเป็นฝีมือของกองกำลังฝ่ายใด แต่หลายประเทศทั้งสหรัฐ ออสเตรเลีย อังกฤษ และฝรั่งเศส ก็มุ่งเป้าไปที่กลุ่มกบฏ ซึ่งทางการรัสเซียได้ออกมาโต้ตอบต่อรายงานดังกล่าวว่าเต็มไปด้วยอคติและแฝงนัยทางการเมือง ขณะที่บริษัทอัลมาซ-อันเตย์ ผู้ผลิตจรวดบัค ออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร ระบุว่าจากการจำลองสถานการณ์ ระบุว่า อาจเป็นจรวดบัครุ่นที่ไม่ได้มีการใช้ในกองทัพรัสเซียแล้ว แต่ยังมีอยู่ในกองทัพยูเครน

ทั้งนี้ เที่ยวบิน เอ็มเอช 17 บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือ 298 คน ออกเดินทางจากกรุงอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ มุ่งหน้าสู่กรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2557