หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า การโจมตีทางไซเบอร์ ที่ประสบความสำเร็จหลายต่อหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา กระตุ้นให้หลายประเทศสะสมอาวุธ
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า การโจมตีทางไซเบอร์ หรือคอมพิวเตอร์ที่ประสบความสำเร็จหลายต่อหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา โดยเหล่าแฮคเกอร์ทั้งในสหรัฐและประเทศอื่นๆ กระตุ้นให้หลายประเทศแข่งกัน ติดตั้งอาวุธดิจิทัลไว้ต่อกรกับภัยคุกคามประเทศในลักษณะนี้ และยังทำให้ค่าเบี้ยประกันคุ้มครองการถูกโจมตีทางไซเบอร์สำหรับบริษัทต่างๆ พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
วอลล์สตรีท เจอร์นัลระบุว่า สหรัฐและจีน ซึ่งเป็นศัตรูทางไซเบอร์กันมานาน ขณะที่ปากีสถานและอินเดีย 2 คู่แข่งด้านอาวุธนิวเคลียร์ ก็ล้วงข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ของบริษัทและรัฐบาลของอีกฝ่ายเป็นประจำ นอกจากนี้ เอสโตเนีย และเบลารุส กำลังแข่งกันสร้างเกราะป้องกันเพื่อต่อต้านรัสเซีย รวมถึงเดนมาร์ก และเนเธอร์แลนด์ ได้เริ่มโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาอาวุธคอมพิวเตอร์ที่น่ากลัว เหมือนอย่างที่อาร์เจนตินาและฝรั่งเศสมี
ทั้งนี้ จากการวบรวมสถิติรัฐบาลและการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ของสหรัฐและต่างประเทศของวอลล์สตรีท เจอร์นัล พบว่า อย่างน้อย 29 ประเทศ มีกำลังทหารอย่างเป็นทางการ หรือหน่วยอัจฉริยะ ที่ทำหน้าที่แฮคระบบคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ ราว 50 ประเทศได้ซื้อซอฟต์แวร์แฮคคอมพิวเตอร์ที่หาได้ง่าย ซึ่งสามารถใช้ตรวจสอบทั้งภายในและต่างประเทศได้ โดยสหรัฐมีการดำเนินการต่างๆ ที่ก้าวหน้ามากทึ่สุด
ด้านนายบ็อบ ไวซ์ ประธานบริษัทบีซลีย์ ซึ่งรับประกันภัยความเสียหายจากการโจมตีไซเบอร์ให้บริษัททั่วโลกเปิดเผยว่า บรรดาบริษัทค้าปลีกและบริษัทประกันสุขภาพในสหรัฐได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการเจาะข้อมูลครั้งใหญ่หลายครั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เช่น โฮม ดีโป อิงค์ และทาร์เก็ต คอร์ป โดยบริษัทประกันสุขภาพต้องประสบกับค่าเบี้ยประกันภัยไซเบอร์ที่สูงขึ้นมากที่สุดเทียบกับบริษัทอื่นๆ โดยการต่อประกันบางกรณีมีค่าเบี้ยประกันสูงขึ้นถึง 3 เท่า
ข้อมูลของบริษัทมาร์ชระบุว่า ค่าเบี้ยประกันสำหรับบริษัทค้าปลีกในสหรัฐเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 32% ในช่วงครึ่งปีแรก หลังจากคงที่ตลอดทั้งปี 2557 และขณะนี้ไม่มีบริษัทประกันใดคุ้มครองความเสียหายจากภัยไซเบอร์เกิน 100 ล้านดอลลาร์ เท่ากับว่ากรณีของห้างทาร์เก็ตที่เสียหายจากการถูกแฮคข้อมูลเป็นมูลค่า 264 ล้านดอลลาร์ในปี 2556 ต้องควักเนื้อตัวเองอีกกว่า 160 ล้านดอลลาร์





