สมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิส วอนทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับกรณีเหยื่อล่วงละเมิดทางเพศที่เกี่ยวข้องกับศาสนจักรในสหรัฐ
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ปิดฉากการเดินทางเยือนสหรัฐ 6 วัน เมื่อวันอาทิตย์ ด้วยการพบปะกับเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศและครอบครัวของพวกเขา ที่โรงเรียนสอนศาสนาซาน การ์โล บอร์เรมีโอ ทรงรับฟังและพูดคุยกับเหยื่อแต่ละราย ก่อนจะร่วมสวดภาวนากับพวกเขา กลุ่มผู้ที่ได้รับเลือกเป็นชาย 2 คน และหญิง 3 คน บางคนในจำนวนนี้ไม่ใช่ชาวคริสต์ ทั้งหมดถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยบาทหลวง ครอบครัว หรือครู ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก
หลังจากนั้นได้กล่าวต่อที่ประชุมบิชอปว่า อาชญากรรมและบาปจากการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก จะต้องไม่ได้รับการปกป้อง โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันเฝ้าระวังเป็นหูเป็นตาและรับผิดชอบสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเด็กๆ สาธุคุณเฟเดริโก ลอมบาร์ดี โฆษกสำนักวาติกัน เผยว่า ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาเพื่อดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพื่อดูแลเหยื่อจากการถูกทำร้ายในทุกกรณีไม่เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องศาสนาเท่านั้น
รายงานระบุว่า ระหว่างปี 2493 - 2523 มีบาทหลวงคาทอลิกในสหรัฐถูกกล่าวหากรณีล่วงละเมิดผู้เยาว์ราว 6,400 ราย ซึ่งตัวเลขจริงอาจสูงกว่านั้น ขณะที่รายงานจากผู้เชี่ยวชาญที่แถลงต่อสำนักวาติกันเมื่อปี 2555 ระบุว่า คดีล่วงละเมิดผู้เยาว์ในสหรัฐน่าจะอยู่ที่เกือบ 100,000 ราย ทั้งนี้ นอกจากข้อกล่าวหาในการล่วงละเมิดแล้ว คริสตจักรยังถูกกล่าวหาว่ามักปกป้องผู้กระทำผิดด้วย นอกจากนี้ เรื่องอื้อฉาวเหล่านี้ยังสร้างภาระทางการเงินมหาศาลให้แก่ศาสนจักรในสหรัฐ โดยบิชอป แอคเคาทะบิลิตี องค์กรสังเกตการณ์ เผยว่า นับตั้งแต่การกระทำผิดถูกเปิดเผยครั้งแรกเมื่อคริสต์ทศวรรษปี 2000 ศาสนจักรมีค่าใช้จ่ายทางกฎหมายและการเยียวยาผู้เสียหายราว 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 108,108 ล้านบาท)





