อิหร่านขอร่วมสอบสาเหตุโศกนาฏกรรมเหยียบกันตายในซาอุฯซึ่งมีพลเรือนตนเสียชีวิตกว่า 100 คน ขณะที่ผู้นำศาสนาซาอุฯชี้เป็นเหตุสุดวิสัย
รัฐบาลอิหร่านเรียกร้องขอร่วมสอบสวนเหตุเหยียบกันตายใกล้กับนครเมกกะของซาอุดีอาระเบียที่มีชาวอิหร่านเสียชีวิตกว่า 100 คน ขณะที่อิหม่ามอาวุโสของซาอุดีอาระเบียระบุว่า โศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็นเรื่องสุดวิสัย
รองประธานาธิบดีคนที่ 1 ของอิหร่าน นายเอชัค จาอันกีรี ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย เปิดโอกาสให้อิหร่านเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการสอบสวน เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดการเหยียบกันครั้งใหญ่ ระหว่างการประกอบพิธีฮัจญ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 717 ศพ ในจำนวนนี้ 131 ศพ เป็นชาวอิหร่าน และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 863 คน
ขณะที่สำนักข่าวซาอุดีเพรสส์ รายงานอ้างคำพูดของชีค อับดุล อาซิส อัล-ชีค อิหม่ามอาวุโสของซาอุดีอาระเบียว่า เหตุการณ์เหยียบกันตายครั้งนี้เป็นเรื่องสุดวิสัย และอยู่นอกเหนือการควบคุมของมนุษย์ พร้อมทั้งกล่าวกับมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า รัฐบาลซาอุดีอาระเบียไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
ส่วนโฆษกกระทรวงมหาดไทยของซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า เส้นทางที่ผู้แสวงบุญใช้เดินเท้าและเป็นจุดที่เกิดเหตุเหยียบกันตายนั้น มีจำนวนผู้แสวงบุญมากกว่าปีก่อนๆ ซึ่งทางซาอุดีอาระเบียกำลังตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุว่า เพราะเหตุใดจึงมีผู้แสวงบุญเดินอยู่บนเส้นทางนั้นหนาแน่นจนเกินไป ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ผิดปกติ
รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย รายงานจำนวนผู้แสวงบุญที่เดินทางมาร่วมพิธีฮัจญ์ที่นครเมกกะในปีนี้ว่า มีทั้งสิ้น 1,952,817 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ แม้การเหยียบกันขณะประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์จนมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากจะไม่ใช่ครั้งแรก แต่ถือว่ามีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบ 25 ปี นับตั้งแต่เกิดเหตุเหยียบกันตายเมื่อเดือนก.ค. ปี 2533 ที่ทำให้ผู้แสวงบุญเสียชีวิตไป 1,426 ราย





