นายกรัฐมนตรีรัฐบาวาเรีย คาดในช่วง 12 เดือนนับจากนี้ เยอรมนีอาจต้องรับผู้ลี้ภัยมากกว่า 1 ล้านคน
นายกรัฐมนตรีรัฐบาวาเรียของเยอรมนี “นายฮอร์สท์ ซีโฮเฟอร์” จากพรรคคริสเตียน เดโมแครต ซึ่งเป็นพรรคพันธมิตรของนางแองเกลา แมร์เคิล แถลงวานนี้ (14 ก.ย.) ว่า ในช่วง 12 เดือนนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีนี้ถึงสิงหาคมปีหน้า เยอรมนีอาจต้องรับผู้ลี้ภัยมากกว่า 1 ล้านคน ส่วนมาตรการควบคุมพรมแดนเยอรมนี-ออสเตรีย ที่ทางการนำกลับมาใช้อีกครั้งนั้นไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ประเทศรับมือกับการไหลทะลักเข้ามาของผู้ลี้ภัย ที่ถือว่าเป็นวิกฤติอันเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เกิดสงครามยูโกสลาเวียในทศวรรษ 90
ทั้งนี้ การตัดสินใจควบคุมพรมแดนอีกครั้งหนึ่งของเยอรมนี เมื่อวันอาทิตย์ (13 ก.ย.) ได้สร้างความประหลาดใจและส่งผลกระทบให้ประเทศเพื่อนบ้านต้องปิดพรมแดนของตนเองด้วย ประกอบกับการประชุมรัฐมนตรีมหาดไทยสหภาพยุโรป หรืออียู ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมเมื่อวานนี้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องโควต้าผู้ลี้ภัยได้ ยิ่งกดดันให้หลายประเทศต้องกลับมาใช้การควบคุมพรมแดนเหมือนกับเยอรมนีมากขึ้นโดยฮังการี ปิดด่านพรมแดนสำคัญที่ติดกับเซอร์เบียแล้ว
ด้านออสเตรียและสโลวาเกียเปิดเผยว่า จะควบคุมพรมแดนเหมือนอย่างเยอรมนีเช่นกัน ส่วนโปแลนด์กำลังพิจารณาดำเนินการแบบเดียวกัน ขณะที่เนเธอร์แลนด์เปิดเผยว่า อาจเพิ่มการลาดตระเวนบริเวณพรมแดน





