รัฐมนตรีคมนาคมเยอรมนีออกโรงเรียกร้องให้ “อียู” เร่งออกมาตรการยับยั้งคลื่นผู้อพยพ หลังมีผู้อพยพทะลักเข้านครมิวนิกกว่าหมื่นคนในวันเสาร์
รัฐมนตรีคมนาคมเยอรมนี นายอเล็กซานเดอร์ โดบรินต์ แถลงเมื่อวานนี้ (13 ก.ย.) ว่า สหภาพยุโรป หรืออียู จำเป็นต้องมีมาตรการเพื่อหยุดยั้งคลื่นผู้อพยพ ซึ่งรวมถึงการให้ความช่วยเหลือประเทศต้นทางการอพยพ และการควบคุมพรมแดนอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากขณะนี้ อียูล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการปกป้องพรมแดนประเทศรอบนอก
คำแถลงของนายโดบรินต์มีขึ้นไม่กี่วันหลังจากที่นายฮันส์-ปีเตอร์ ฟรีดริช รองหัวหน้าพรรคซีเอสยู ซึ่งเป็นพันธมิตรกับพรรคของนายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล วิจารณ์การตัดสินใจของนางแมร์เคิลที่อ้าแขนรับผู้ลี้ภัยจำนวนมหาศาลว่าเป็นความผิดพลาดทางการเมืองที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งจะส่งผลร้ายแรงต่อประเทศ
นอกจากนี้ นายโดบรินต์ ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคซีเอสยูเช่นเดียวกันยังเตือนว่า เยอรมนีใกล้ถึงขีดจำกัดในการรองรับแล้ว หลังจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (12 ก.ย.) ผู้ลี้ภัยกว่า 12,200 คน ได้เดินทางถึงนครมิวนิก เมืองหลวงของรัฐบาวาเรียที่อยู่ทางใต้ของเยอรมนี ซึ่งนครมิวนิกถือเป็นจุดรองรับสำคัญสำหรับผู้ลี้ภัยที่เดินทางโดยรถไฟผ่านฮังการีและออสเตรียเข้าสู่เยอรมนี เฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว มีผู้อพยพเดินทางถึงสถานีรถไฟหลักของเมืองนี้ถึงราว 20,000 คน





