พรรครัฐบาลสิงคโปร์กังวลผู้มีสิทธิเลือกตั้งหนุ่มสาว เกิดหลังปี 2508 ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่นิยมการเมืองหลากหลาย
การเลือกตัั้งทั่วไปของสิงคโปร์ในวันที่ 11 กันยายนที่จะถึงนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ประชากรที่เกิดหลังปี 2508 ซึ่งเป็นปีที่สิงคโปร์ได้รับเอกราช ได้กลายมาเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ กระแสผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่เหล่านี้ถือเป็นงานหนักที่พรรคกิจประชาชนหรือพีเอพี ของนายกรัฐมนตรีลี เซียน หลุง ต้องรับมือให้ได้
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งของสิงคโปร์ต้องมีอายุครบ 21 ปี โดยในปี 2553 คนที่เกิดหลังปี 2508 มี 46% ส่วนในปี 2557 เกือบ 54% ของพลเมืองที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เกิดในปี 2508 และหลังจากนั้น
ผลการสำรวจความคิดเห็นโดยบริษัทแบล็กบอกซ์ รีเสิร์ช ในเดือนมิถุนายนพบว่าคนหนุ่มสาวสิงคโปร์โดยทั่วไปมีความสุขดีกับการที่พรรคพีเอพีได้เป็นรัฐบาล แต่มีความพึงพอใจน้อยกว่าคนรุ่นเก่าในเรื่องการขนส่งสาธารณะ การจัดการประชากร และเสรีภาพพลเมือง และแม้จะตระหนักดีถึงผลงานด้านเศรษฐกิจของพรรคพีเอพี แต่พวกเขาก็ไม่พอใจเรื่องค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น และการไหลทะลักเข้ามาของแรงงานต่างด้าว ซึ่งสองประเด็นนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2554ที่พรรคพีเอพีได้คะแนนเสียง 60% ลดลงจาก 67% ในการเลือกตั้งปี 2549 แม้จะคว้าชัยชนะ 81 ที่นั่งจาก 87 ที่นั่งในสภาก็ตาม
หลังการเลือกตั้งปี 2554 รัฐบาลสิงคโปร์จึงประกาศมาตรการควบคุมแรงงานต่างด้าว และมาตรการลดความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งอุดหนุนการสาธารณสุขที่ครอบคลุมสำหรับประชากรสูงอายุและนอกเหนือจากความไม่พอใจเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์แล้ว สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหนุ่มสาวได้กลายเป็นความกังวลของพรรคพีเอพี เพราะพวกเขานิยมทัศนคติทางการเมืองที่หลากหลาย ซึี่งเรื่องนี้ถูกมองว่าเป็นข้อเสียเปรียบของพรรคพีเอพี ที่ครองเสียงข้างมากในสภามาตลอด 50 ปี





