ตลาดหุ้นหลักในเอเชียอย่างจีนและญี่ปุ่นยังคงปิดแดนลบเป็นวันที่สอง ขณะที่บางตลาดเริ่มฟื้นตัว หลังจากปิดร่วงทั้งภูมิภาคเมื่อวานนี้
ตลาดหุ้นหลักในเอเชียวันนี้ (25 ส.ค.) ยังคงปิดร่วงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ตลาดหุ้นจีนดิ่งลง 244.94 จุด หรือ -7.63% ปิดที่ 2,964.97 จุด เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่า รัฐบาลจีนจะยกเลิกการใช้มาตรการสนับสนุนตลาด ภายหลังจากที่ตลาดหุ้นจีนเผชิญกับสถานการณ์ “แบล็ค มันเดย์” เมื่อวานนี้ โดยที่คณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์ หรือกลต.ของจีนไม่มีวี่แววว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผิดกับเมื่อเดือนที่แล้วที่ทางกลต.จีนได้ออกแถลงการณ์ทันทีหลังจากที่ตลาดหุ้นร่วงลงไป 8.5%
ด้านนักวิเคราะห์ กล่าวว่า มีแรงเทขายเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก และประเด็นเรื่องความมั่นใจที่ส่งผลกระทบต่อตลาด ภายหลังจากที่รัฐบาลจีนยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เพื่อพยุงตลาด
ขณะที่ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น มีแนวโน้มจะฟื้นในช่วงเช้าวันนี้ หลังดีดตัวขึ้นบวก 2.3% และเคลื่อนไหวผันผวนรุนแรงในระหว่างวัน ก่อนจะปิดตลาดร่วงลง 733.98 จุด หรือ -3.96% ปิดที่ 17,806.70 จุด เนื่องจากนักลงทุนยังวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก
ส่วนดัชนีคอสปี ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดตลาดบวก 16.82 จุด หรือ 0.92% ปิดที่ 1,846.63 จุดในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนคลายกังวลสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี ภายหลังเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือบรรลุข้อตกลงกันได้
ขณะที่ดัชนีหั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกงวันนี้ปิดบวก 153.39 จุด หรือ 0.72% ปิดที่ 21,404.96 จุด ปัจจัยจากนักลงทุนเริ่มคลายกังวลหลังบางตลาดในภูมิภาคเริ่มฟื้น
หุ้นยุโรปเปิดแดนบวก
ส่วนตลาดหุ้นยุโรป เปิดตลาดวันนี้พุ่งสูงขึ้นหลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักเมื่อวานนี้ โดยดัชนีสต็อกซ์ ยุโรป 600 พุ่ง 1.4% ขณะที่ดัชนีแค็ก-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดที่ 4,458.09 จุด เพิ่มขึ้น 74.63 จุด หรือ 1.70% และดัชนีแด็กซ์ ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดที่ 9,816.59 จุด เพิ่มขึ้น 168.16 จุด หรือ 1.74% ได้แรงหนุนจากดัชนีดาวโจนส์ ฟิวเจอร์สของสหรัฐที่ดีดตัวขึ้น 566 จุด หรือ 3.60% เคลื่อนไหวในระดับ 16,275 จุด ณ เวลา 17.26 น.ของวันนี้ตามเวลาไทย ซึ่งบ่งชี้ว่าวอลล์สตรีทจะพลิกกลับมาพุ่งขึ้นขณะเปิดตลาดวันนี้





