ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการวิกฤติในญี่ปุ่นไม่คิดว่า เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์จะส่งผลระยะยาวในไทย แต่ก็แนะนำให้ชาวญี่ปุ่นใช้ความระมัดระวัง
ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการวิกฤติในญี่ปุ่นไม่คิดว่า เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์จะส่งผลระยะยาวในไทย แต่ก็แนะนำให้ชาวญี่ปุ่นในไทยใช้ความระมัดระวัง
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เจแปนไทมส์ของญี่ปุ่นรายงานความเห็นของนายเท็ตสึโอะ มาสุดะ ประธานบริษัทที่ปรึกษา “เจแปน ไอ-ซิส” ในกรุงโตเกียวว่า โดยพื้นฐานแล้ว เขาไม่คิดว่าประเทศไทยขณะนี้มีอันตรายมากเกินไป และไม่มีประเทศใดในโลกที่ไม่มีความเสี่ยงเลย และคิดว่าบริษัทญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ คงตกใจกับเหตุระเบิดครั้งนี้ เพราะมีพนักงานบริษัทชาวญี่ปุ่น 1 คน ได้รับบาดเจ็บด้วย
ขณะที่นายคูนิโยชิ ชิราอิ ที่ปรึกษาการจัดการวิกฤติของบริษัทที่ปรึกษา “เอ.ซี.อี.” ไม่คิดว่า เหตุระเบิดเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายใหญ่ เพราะลักษณะดูเหมือนการก่อความวุ่นวายมากกว่า แต่ก็ขอให้พนักงานบริษัทชาวญี่ปุ่นหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่พลุกพล่าน และแม้ผู้ก่อเหตุไม่ได้มุ่งเป้าหมายธุรกิจญี่ปุ่น แต่หากเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดถี่ขึ้นและลุกลามกลายเป็นความรุนแรงในวงกว้าง ความเสี่ยงก็จะมากขึ้น
นายชิราอิกล่าวด้วยว่า บริษัทญี่ปุ่นในไทยและสิงคโปร์ซึ่งเป็นสองประเทศที่ดูปลอดภัยมากกว่าประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับความเสี่ยงแบบนี้เหมือนบริษัทญี่ปุ่นในประเทศอื่นในภูมิภาคนี้
ส่วนแวดวงการท่องเที่ยวของกัมพูชาก็มีความเห็นต่อเหตุการณ์ระเบิดไทยเช่นกัน โดยเว็บไซต์หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์รายงานว่า นายโฮ แวนดี้ กรรมการผู้จัดการบริษัทท่องเที่ยว “เวิลด์ เอ็กซ์เพรส ทัวร์ส ทราเวล” ในกัมพูชามองว่า หากการท่องเที่ยวในไทยซบเซาลงเพราะเหตุระเบิดก็น่าจะมีผลกระทบระยะสั้นต่อการท่องเที่ยวในกัมพูชา เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากรุงเทพฯและไทยส่วนใหญ่เที่ยวเป็นแพ็คเกจ หากยกเลิกการเดินทางมาไทยก็อาจจะกระทบต่อการท่องเที่ยวเป็นแพคเกจที่รวมกัมพูชาไปด้วย
ขณะที่นายสินัน ทวน ประธานสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือพาต้า ไม่คิดว่าจะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวกัมพูชาเพราะเป็นคนละประเทศ





