ธนาคารกลางจีนเปิดสงครามค่าเงิน-ลดค่าหยวนเกือบ2% นับเป็นอัตราต่ำสุดตั้งแต่ปี 2556
ธนาคารกลางจีน ตัดสินใจปรับระบบการกำหนดอัตราค่ากลางสกุลเงิน เพื่อให้อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินหยวน เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สามารถสะท้อนสถานการณ์ในตลาดได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งนโยบายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันนี้ และหลังจากการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ส่งผลให้อัตราค่ากลางของสกุลเงินหยวนร่วงลงอย่างหนัก แตะที่ 6.2298 หยวนต่อดอลลาร์เมื่อช่วงเช้า นับเป็นอัตราต่ำสุดตั้งแต่ปี 2556
สาเหตุมาจากการที่เศรษฐกิจจีนอ่อนแอลง มีแนวโน้มจะเติบโตไม่ถึง 7% ตามเป้าที่ประกาศไว้ในปีนี้ หลังจากส่่งออกติดลบมา 2 เดือนในเดือนมิ.ย.และก.ค. โดยเฉพาะก.ค.ส่งออกติดลบถึง 8.3% และเป็นการส่งออกที่ติดลบแทบทุกภูมิภาค ยกเว้นส่งออกมาอาเซียนเป็นบวก 1.4% แต่ก็เป็นอัตราที่ลดลงจากที่เคยบวก 8.4%
โดยเฉพาะคู่แข่งขันของจีนคือยุโรปและญี่ปุ่น มีค่าเงินที่อ่อนตัวลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยทั้ง 2 สกุลคือยูโรกับเยนมีค่าเงินลดลงกว่า 20%ในรอบ1- 2 ปีที่ผ่านมา
ขณะที่มาร์ค ฟาร์เบอร์ บอกว่า จีดีพีของจีนปีนี้อาจโตแค่ 4% นอกจากส่งออกที่ย่ำแย่ตามภาวะเศรษฐกิจโลกแล้ว จีนยังต้องแก้ปัญหาระบบสถาบันการเงินในประเทศ และปัญหาในตลาดหุ้นด้วย
ขณะเดียวกัน ค่าเงินในหลายประเทศทั่วเอเชีย ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยค่าเงินรูเปี๊ยะห์ของอินโดนีเซียวันนี้อ่อนค่าลง 0.05% มาอยู่ที่ 13,555 รูเปี๊ยะห์ต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2541 แต่หากพิจารณาทั้งปีจนถึงวันนี้ เงินรูเปี๊ยะห์อ่อนค่าลงถึงเกือบ 9% ถือเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่าลงมากที่สุดเป็นอันดับสองในบรรดาประเทศตลาดเกิดใหม่ของเอเชีย
ส่วนเงินริงกิตของมาเลเซีย เมื่อช่วงเช้าวันนี้อ่อนค่าลง 0.14% มาอยู่ที่ 3.934 ริงกิตต่อดอลลาร์ หลังจากเมื่อวานนี้ เงินริงกิตได้อ่อนค่าต่ำสุดในรอบ 17 ปีนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินในเอเชีย ขณะที่ธนาคารกลางมาเลเซียแถลงเมื่อวันศุกร์ (7 ส.ค.) ว่าเงินทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงจาก 100,500 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม มาอยู่ที่ 96,700 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม





