"ไอเอ็มเอฟ" ประกาศปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลงเหลือ 3.3% เชื่อวิกฤตตลาดหุ้นจีน-หนี้กรีซไม่น่าเป็นปัญหาวงกว้าง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่านายโอลิวิเยร์ บลองชาร์ ผู้อำนวยการด้านเศรษฐศาตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มเอฟ ) แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี เรื่องการปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้จาก 3.5% เมื่อเดือนเม.ย. ลงมาอยู่ที่ 3.3% ก่อนปรับตัวขึ้นเป็น 3.8% ในปีหน้า โดยไอเอ็มเอฟเชื่อว่าเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้วน่าจะฟื้นตัวมากขึ้น ขณะที่สถานการณ์ของตลาดพลังงานและบรรยากาศทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนามีทิศทางเติบโตมากขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ไอเอ็มเอฟปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก นั่นคือสหรัฐ จาก 3.1% เมื่อเดือนเม.ย. ลงมาอยู่ที่ 2.5% ซึ่งเป็นผลจากการที่เศรษฐกิจของสหรัฐเมื่อไตรมาสแรกหดตัว 0.2% แต่ไอเอ็มเอฟเชื่อว่าเศรษฐกิจของสหรัฐในภาพรวมยังแข็งแกร่ง และสามารถเป็นเสาหลักให้กับระบบเศรษฐกิจของโลกได้
ขณะที่เศรษฐกิจของจีน ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐ ได้รับการคาดการณ์จากไอเอ็มเอฟว่าอัตราการขยายตัวในปีนี้ยังคงอยู่ที่ 6.8% แม้สถานการณ์ของตลาดหุ้นในจีนกำลังผันผวนอย่างหนัก เนื่องจากไอเอ็มเอฟเชื่อว่า สถานการณ์ดังกล่าวกินระยะเวลาเพียงชั่วคราว และมีผลในกรอบแคบเท่านั้น ด้านอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นซึ่งมีขนาดใหญ่ตามมาเป็นอันดับ 3 ได้รับการปรับลดลง 0.2% มาอยู่ที่ 0.8% เนื่องจากตลาดผู้บริโภคยังซบเซา
ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟมองวิกฤติหนี้สาธารณะของกรีซยังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกมากนัก คาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของยูโรโซนจึงยังคงอยู่ที่ 1.5% เช่นเดียวกับของเยอรมนีและฝรั่งเศส ซึ่งยังไม่เปลี่ยนแปลงที่ 1.6% และ 1.2% ตามลำดับ





