ตลาดหุ้นสหรัฐ และยุโรปดิ่งลงอย่างหนัก ตามการร่วงลงของตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ทั่วโลก ท่ามกลางความเป็นไปได้ที่กรีซจะผิดนัดชำระหนี้
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ของสหรัฐ ปิดซื้อขายเมื่อวานนี้ (29 มิ.ย.) ร่วงลงไป 350.33 จุด หรือ 1.95% มาอยู่ที่ 17,596.35 จุด ขณะที่ดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ดิ่งลง 43.85 จุด หรือ 2.09% ที่ 2,057.64 จุด และดัชนีแนสแด็ก ลดลง 122.04 จุด หรือ 2.40% มาอยู่ที่ 4,958.47 จุด
การร่วงลงของวอลล์สตรีท เกิดขึ้นตามหลังการดิ่งลงอย่างหนักของตลาดหลักๆ ในยุโรป โดยดัชนีแด็กซ์ 30 ของเยอรมนี ดิ่งลงไปถึง 3.56% ที่ 11,083.20 จุด ส่วนดัชนีแค็ก 40 ของฝรั่งเศส ร่วงลง 3.74% ที่ 4,869.82 จุด และดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษ ปรับลงมา 1.97% ปิดซื้อขายที่ 6,620.48 จุด
สถานการณ์กรีซที่ปั่นป่วนมากขึ้น ทั้งการที่รัฐบาลเอเธนส์ ประกาศให้ธนาคารหยุดทำการจนถึงสัปดาห์หน้า และนำมาตรการควบคุมเงินทุนเข้ามาใช้ ในความพยายามที่จะระงับการแห่ถอนเงินของประชาชนก่อนหน้าการทำประชาพิจารณ์ในวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ สร้างความวิตกอย่างมากให้กับบรรดานักลงทุน
ความกังวลในเรื่องกรีซ ยิ่งเพิ่มมากขึ้น จากการที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ออกมาปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซ ให้ดิ่งลงไปอยู่ในสถานะ “จังก์” หรือขยะมากขึ้น ทั้งยังประเมินว่า มีความเป็นไปได้ถึง 50% ที่กรีซอาจจะต้องออกจากยูโร
นอกจากนี้ ฟิทช์ สถาบันจัดอันดับอีกรายหนึ่ง ยังประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือธนาคาร 4 รายใหญ่ของกรีซลงมาอยู่ในสถานะที่เสี่ยงจะผิดนัดชำระหนี้
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ปัญหาเรื่องกรีซทำให้ตลาดเกิดความตึงเครียดอย่างมาก แต่บางส่วนเชื่อว่า เรื่องนี้ยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นกลายเป็นหายนะภัยของตลาดการเงินแต่อย่างใด เนื่องจากเศรษฐกิจกรีซมีขนาดค่อนข้างเล็ก และหากกรีซผิดนัดชำระหนี้ขึ้นมาจริง ก็ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก หรือเศรษฐกิจของประเทศยุโรปอื่นๆ เล็กน้อยมาก
ปัญหากรีซกดน้ำมันร่วง
ความเป็นไปได้ที่กรีซจะผิดนัดชำระหนี้ ยังสร้างแรงกดดันให้กับราคาน้ำมันด้วย
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนสิงหาคม ที่ตลาดไนเม็กซ์ ของสหรัฐ ร่วงลง 1.30 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 58.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนเดียวกันที่ตลาดลอนดอน อังกฤษ ลดลง 1.25 ดอลลาร์ ที่ 62.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
เทรดเดอร์ระบุว่า นอกจากเรื่องกรีซแล้ว ปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลง ยังรวมถึง ความวิตกเกี่ยวกับความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีน ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ และความเป็นไปได้ที่การเจรจาโครงการนิวเคลียร์ ระหว่างอิหร่าน กับ 6 ประเทศมหาอำนาจโลก จะนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงให้ยกเลิกการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน เปิดทางให้น้ำมันจากอิหร่านเข้าสู่ตลาดโลกมากขึ้น





