ตลาดหุ้นในเอเชียส่วนใหญ่ปิดตัวในแดนลบ หลังนักลงทุนวิตกว่า กรีซอาจพ้นจากยูโรโซน หากไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้ได้ทัน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นว่า ดัชนีนิกเคอิ 225 ของญี่ปุ่นปิดการซื้อขายแล้วในวันจันทร์ ด้วยการปรับตัวลดลง 596.20 จุด หรือร้อยละ 2.88 มาปิดที่ 20,109.95 จุด ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพซิตเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยลดลงมากถึงร้อยละ 7.58 ในช่วงหนึ่งของการซื้อขาย ก่อนปิดตลาดลดลงร้อยละ 3.34 หรือ 139.84 จุด มาปิดที่ 4,053.03 จุด ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ในยุโรปเปิดการซื้อขายในวันจันทร์ด้วยการเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบกันถ้วนหน้า โดยดัชนีแด็กซ์ 30 ของเยอรมนี และแค็ก 40 ของฝรั่งเศส ปรับตัวลดลงไปแล้วกว่าร้อยละ 4
ทั้งนี้ ปัจจับสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนมากที่สุดในเวลานี้หนีไม่พ้นสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของกรีซ ซึ่งเข้าสู่ภาวะที่ต้องมีการประกาศใช้มาตรการควบคุมเงินทุน ให้ประชาชนถอนเงินสดได้ไม่เกินคนละ 60 ยูโร ( ราว 2,286 บาท ) ต่อวันและต่อบัญชี และการที่สถาบันการเงินทุกแห่งในประเทศต้องระงับให้บริการอย่างน้อยถึงวันที่ 6 ก.ค. เนื่องจากขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง จากการที่ชาวกรีกหลั่งไหลกันถอนเงินสดมาสำรองไว้กับตัวเอง ด้วยความหวาดหวั่นว่า รัฐบาลอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับเจ้าหนี้ได้ ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถชำระเงินกู้ 1,600 ล้านยูโร ( ราว 60,960 ล้านบาท ) ทันเส้นตายวันที่ 30 มิ.ย. และประเทศอาจต้องออกจากการร่วมใช้เงินยูโร





