รัฐบาลจีนได้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมการลงทุนและรับมือกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่การส่งออกและการบริโภคในประเทศอยู่ในภาวะอ่อนแอ
หลังการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสภาแห่งรัฐจีน มีการรายงานว่า รัฐบาลจีน มีแผนปฏิรูปในด้านการลงทุนและการระดมทุน ซึ่งการดำเนินการนี้ จะส่งผลต่อจีนในหลายๆด้าน ซึ่งรวมถึงการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน การเพิ่มผลิตภัณฑ์ในประเทศ และความพยายามขับเคลื่อนเพื่อสร้างอนาคต
นอกจากนี้ รัฐบาลกลางจีน จะลงทุนมากขึ้นในโรงไฟฟ้าในพื้นที่ชนบท สร้างคลังเก็บธัญพืชและสถานที่กำจัดขยะ อีกทั้งจะมีการย้ายพื้นที่อุตสาหกรรมเก่าในเมืองด้วย
รัฐบาลจีนมีแผนดำเนินการระยะ 3 ปี เพื่อการปรับปรุงที่อยู่อาศัยในเขตเมืองกว่า 18 ล้านหลังคาเรือน และที่อยู่อาศัยในชนบทอีก 10.6 ล้านหลังคาเรือน
ที่ผ่านมา จีน ได้ปรับลดเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจสำหรับปีนี้มาอยู่ที่ราว 7% ซึ่งลดลงจาก 7.5% สำหรับช่วง 3 ปีก่อนหน้า แต่ยังคงมีแรงกดดันต่อการขยายตัว เนื่องจากการส่งออกและการบริโภค ซึ่ง 2 เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยังคงอยู่ในภาวะซบเซา
ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ยอดค้าปลีกของสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้น 10.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากที่ขยายตัว 12.1% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนอุปสงค์จากต่างประเทศ ยังคงย่ำแย่ โดยข้อมูลทางกรมศุลกากร แสดงให้เห็นว่า การส่งออกในเดือนพ.ค.หดตัวลง 2.8%





