สภาฮ่องกงลงมติคว่ำแผนปฏิรูประบบเลือกตั้งปี 2560 ท่ามกลางความหวั่นเกรงว่าอาจนำไปสู่เหตุปะทะกันบนท้องถนนระหว่างประชาชนสองฝ่าย
การอภิปรายสมาชิกสภานิติบัญญัติเขตบริหารพิเศษฮ่องกงว่าด้วยแผนการปฏิรูประบบเลือกตั้งสำหรับปี 2560 เสร็จสิ้นลงเร็วกว่าที่คาดไว้ โดยสมาชิกสภาจากพรรคฝ่ายค้านสามารถลงมติคว่ำร่างกฎหมายในการประชุมวันที่สองในวันนี้
ทั้งนี้ แต่เดิมคาดว่าจะมีการลงมติในวันศุกร์ โดยมีสาเหตุสำคัญเกิดจากสมาชิกสภาฝ่ายรัฐบาลประท้วงด้วยการเดินออกนอกห้องประชุม และเหลือสมาชิกในห้องประชุมเพียง 37 คนจากทั้งหมด 70 คน
ซึ่ง 28 คนลงมติคัดค้านร่างกฎหมาย อีก 8 คนจากฝ่ายรัฐบาลลงมติสนับสนุน และอีกคนไม่ออกเสียง
นายอลัน เหลียง สมาชิสภาที่สนับสนุนประชาธิปไตย บอกว่า การคว่ำร่างกฎหมายครั้งนี้ช่วยให้ประชาชนชาวฮ่องกงส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงรัฐบาลจีนว่า พวกเขาต้องการผู้สมัครที่เป็นตัวเลือกที่แท้จริง การเลือกตั้งที่แท้จริง และนี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย แต่เป็นจุดเริ่มต้นใหม่
ขณะที่มีความวิตกตั้งแต่ก่อนเริ่มการประชุมแล้วว่า หากร่างกฎหมายถูกคว่ำอาจนำไปสู่การปะทะกันบนท้องถนนระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลจีนและผู้สนับสนุนประชาธิปไตย
แผนการปฏิรูประบบเลือกตั้งที่รัฐบาลเสนอ จะนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งโดยตรงเป็นครั้งแรก โดยจะเริ่มในปี 2560 แต่ผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนจะต้องผ่านการคัดกรองจากคณะกรรมการที่ภักดีต่อจีน 1,200 คน ซึ่งก็ไม่ต่างจากผู้บริหารคนปัจจุบัน ที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วจากจีนเช่นกัน บรรดาแกนนำเรียกร้องประชาธิปไตย ระบุว่า จีนละเมิดคำสัญญาที่จะยอมให้สิทธิ์เลือกตั้งผู้นำอย่างเสรีและเป็นสากลแก่ฮ่องกง ที่เป็นเขตบริหารพิเศษของจีน โดยมีระบบกฎหมายและการเงินเป็นของตัวเอง รวมทั้งมีเสรีภาพในด้านต่างๆ เช่น การเสรีภาพในการแสดงออกที่ไม่มีให้เห็นในจีนแผ่นดินใหญ่
ขณะที่แครี่ หล่ำ หัวหน้าคณะรัฐมนตรี หรือ ผู้นำหมายเลข 2 ของฮ่องกง กล่าวในการเปิดการประชุมสภาเมื่อวันพุธว่า มีโอกาสไปลงคะแนนเสียงด้วยตัวเอง ยังดีกว่าไม่มีโอกาสเลย เธอบอกด้วยว่า การพัฒนาประชาธิปไตยของฮ่องกง ต้องเผชิญกับภาวะชะงักงัน ถ้าแผนการปฏิรูปไม่ผ่านการรับรอง และรัฐบาลจำเป็นต้องหันกลับไปใช้ระบบที่มีอยู่ในการเลือกผู้นำกันต่อไป





