ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้นเแรงหนุนจากรายงานยอดขายของอุตสาหกรรมค้าปลีกที่แข็งแกร่ง ซึ่งบ่งชี้ว่า ความเชื่อมั่นกำลังกลับคืนมา
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ขยับขึ้นมา 38.97 จุด หรือ 0.22% มาอยู่ที่ 18,039.37 จุด ส่วนดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ปรับขึ้น 3.66 จุด หรือ 0.17% มาอยู่ที่ 2,108.86 จุด และดัชนีแนสแด็ก ปรับขึ้น 5.82 จุด หรือ 0.11% ปิดซื้อขายที่ 5,082.51 จุด
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เผยว่า ยอดขายภาคค้าปลีกของสหรัฐ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ขยับขึ้นมา 1.2% ดีกว่าที่คาดการณ์กันวไว้
ขณะที่ตลาดหลักๆ ในยุโรป ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ทามกลางความหวังด้านบวกที่เพิ่มมากขึ้นว่า กรีซจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหภาพยุโรป และกลุ่มเจ้าหนี้ได้
ดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษ ขยับขึ้นมา 0.24% มาอยู่ที่ 6,846.74 จุด ส่วนดัชนีแค็ก40 ของฝรั่งเศส ปรับขึ้น 0.60% มาอยู่ที่ 11,332.78 จุด และดัชนีแด็กซ์ 30 ของเยอรมนี ปรับขึ้นมา 0.60% จากระดับ 11,332.78 จุด
ราคาน้ำมันโลกลดลงเล็กน้อย
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ปรับลดลงเล็กน้อย หลังทะยานขึ้นต่อเนื่องมา 2 วัน รับรายงานคาดการณ์ของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือไออีเอ ระบุว่า ความต้องการน้ำมันดิบผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ อาจจะยุติลงแล้ว
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ที่ตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ ลดลง 66 เซนต์ มาอยู่ที่ 60.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนเดียวกัน ที่ตลาดลอนดอน อังกฤษ ลดลง 59 เซนต์ มาอยู่ที่ 65.11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในรายงานประจำเดือนถึงสถานการณ์น้ำมันโลกนั้น ไออีเอได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ความต้องการน้ำมันในปีนี้ มาอยู่ที่ 94 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 300,000 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับก่อนหน้านี้





