เวียดนาม เปิดโครงการนำประชาชนไปท่องเที่ยวบนเรือสำราญใกล้หมู่เกาะสแปรตลีย์ เพื่อย้ำการอ้างกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของ
เวียดนาม เสนอให้พลเมืองที่รักชาติ ล่องเรือสำราญไปพักผ่อนวันหยุดบริเวณบางหมู่เกาะที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดร้อนที่มีการอ้างกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของกันมากที่สุดในเอเชีย และนับเป็นการเคลื่อนไหวที่จะมีแนวโน้มสร้างความไม่พอใจให้กับจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่กรณีในศึกพิพาทเหนือพื้นที่ทับซ้อนในทะเลจีนใต้
ทั้งนี้ เว็บไซต์ของรัฐบาลในนครโฮจิมินห์ ระบุว่า ด้วยโปรโมชั่นราคาพิเศษ 800 ดอลลาร์ ชาวเวียดนาม 180 คน จะมีโอกาสได้เห็นพื้นที่บางส่วนของหมู่เกาะสแปรตลีย์ ภายในเดือนนี้ และยังมีส่วนร่วมในการจับปลา, เยี่ยมชมประภาคาร และอิ่มอร่อยกับอาหารทะเลท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมีห้องพักระดับวีไอดีของโรงแรม ที่สามารถเดินทางไปได้โดยเฮลิคอปเตอร์ ส่วนระยะเวลาในการท่องเที่ยวแนวประการัง 2 แห่ง และเกาะ 2 เกาะ ในหมู่เกาะสแปรตลีย์ หรือที่เวียดนามเรียกว่า เจื่องซา จะมีทั้งหมด 6 วัน
การท่องเที่ยงเจื่องซา หมายถึงการเดินทางครั้งใหญ่ในชีวิต เป็นการพลิกฟื้นความภาคภูมิใจของชาติและพลเมือง ต่ออำนาจอธิปไตยทางทะเลอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศ นักท่องเที่ยวจะไม่รู้สึกว่า เจื่องซาอยู่ไกลอีกต่อไป แต่มหาสมุทรสีน้ำเงินของเจื่องซา จะอยู่ลึกลงไปในในใจของประชาชน
เวียดนาม ฟิลิปปินส์ บรูไนและมาเลเซีย ต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ทับซ้อนบริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย์ ซึ่งจีนอ้างกรรมสิทธิ์ถึง 9 ใน 10 ของทะเลจีนใต้ ที่ได้ชื่อว่า เป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญและอุดมไปด้วยทรัพยากรพลังงาน
การเคลื่อนไหวของเวียดนามล่าสุด สะท้อนโครงการของจีน ที่มีเรือนำเที่ยว “โคโคนัท พรินเซสส์” ที่แสดงให้เห็นว่ามีพลเรือนเข้าไปในดินแดนพิพาทมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสนับสนุนการอ้างกรรมสิทธิ์ ขณะที่จีนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เรื่องการถมที่สร้างเกาะเทียม และสหรัฐเพิ่งระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า จีน ตั้งระบบปืนใหญ่เคลื่อนที่ในบริเวณนี้ด้วย




