รัฐบาลกรีซไม่สามารถจ่ายหนี้ 300 ล้านยูโรคืนให้แก่ไอเอ็มเอฟได้ทันภายในเส้นตาย โดยขอจ่ายรวมกับอีก 3 งวดภายในสิ้นเดือนนี้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ว่านายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ซีปราส ผู้นำกรีซ แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี หลังการประชุมเรื่องภาระหนี้สาธารณะของรัฐบาลเอเธนส์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหภาพยุโรป ( อียู ) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มเอฟ ) ว่าการเจรจายังไม่ได้ข้อสรุปอย่างชัดเจนในประเด็นสำคัญ ส่งผลให้ไม่สามารถชำระเงิน 300 ล้านยูโร ( ราว 11,400 ล้านบาท ) คืนให้แก่ไอเอ็มเอฟได้ทันภายในกำหนด คือวันที่ 5 มิ.ย.
อย่างไรก็ตาม เงินจำนวนดังกล่าวถือเป็น 1 ใน 4 งวดที่ตามข้อตกลงเดิมกรีซต้องทยอยชำระให้ครบภายในวันที่ 30 มิ.ย. ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลเอเธนส์จึงตัดสินใจขอชำระเงินทั้งหมดในคราวเดียวพร้อมกัน 1,600 ล้านยูโร ( ราว 60,800 ล้านบาท ) ถือเป็นครั้งแรกที่ทางการกรีซขอผ่อนผันการชำระหนี้คืน นับตั้งแต่การกู้เงินจากเจ้าหนี้ "ทรอยกา" ที่ประกอบด้วยอียู ไอเอ็มเอฟ และธนาคารกลางยุโรป ( อีซีบี ) เมื่อปี 2553 โดยเจ้าหนี้ทยอยมอบเงินช่วยเหลือมูลค่า 240,000 ล้านยูโร ( ราว 9.12 ล้านล้านบาท ) ให้แก่รัฐบาลเอเธนส์เป็นงวด โดยลูกหนี้ต้องใช้มาตรการรัดเข็มขัดในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ การขอเลื่อนกำหนดการชำระหนี้ของรัฐบาลกรีซเป็นไปตามกฎของไอเอ็มเอฟ ที่ระบุว่าลูกหนี้สามารถใช้สิทธิ์ได้หากไม่สามารถชำระเงินคืนได้ทันภายในรอบบิลเดียวกัน และถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปีที่ลูกหนี้ของไอเอ็มเอฟขอเลื่อนการชำระเงินคืน นับตั้งแต่กรณีของแซมเบียเมื่อช่วงทศวรรษที่ 1980
กระนั้นรัฐบาลเอเธนส์มีกำหนดต้องชำระเงินคืนให้แก่อีซีบีในช่วงฤดูร้อนที่จะถึงนี้ ซึ่งจำนวนเงินนั้นสูงกว่าการเรียกเก็บงวดล่าสุดของไอเอ็มเอฟหลายเท่า หากซีปราสยังคงไม่สามารถตกลงกับเจ้าหนี้ได้ รัฐบาลกรีซจะไม่สามารถชำระเงินคืนให้แก่อีซีบีได้ทันเวลา





